การวิเคราะห์งบการเงิน ไม่ยาก แต่สำคัญมาก

จากประสบการณ์ในการเป็นผู้วิเคราะห์สินเชื่อ และในบางครั้งยังได้รับหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ SMEs มานานพอสมควร สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นคือ ผู้ ประกอบการโดยส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า กิจการของตัวเองมีจุดแข็งและจุดอ่อนตรงไหน อีกทั้งสิ่งที่คิดว่าเป็นจุดแข็งหรือจุดอ่อนนั้นมันเป็นจริงตามนั้นหรือไม่ ดังนั้นหากเรารู้ว่ากิจการมีจุดแข็งด้านใดบ้างก็จะได้พัฒนามาเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดได้ ส่วนจุดอ่อนก็จะต้องหาทางแก้ไข และปรับปรุงให้ดีขึ้น 

การที่เราจะรู้ว่า กิจการมีจุดแข็งและจุดอ่อนด้านไหนบ้าง ส่วนหนึ่งเป็นการมองกิจการของเราในปัจจุบันที่ดำเนินการอยู่ อีกส่วนหนึ่งเป็นการพิจารณา และวิเคราะห์จากฐานะกิจการและผลการดำเนินงานที่ผ่านมาหรือเป็นการวิเคราะห์งบการเงินของกิจการ ซึ่งผู้ประกอบการไม่ค่อยได้ให้ความสนใจมากนัก หรือไม่รู้ว่าจะนำงบการเงินมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการบริหารงานต่อไปในอนาคตได้อย่างไร

ก่อนที่เราจะนำงบการเงินมาวิเคราะห์นั้น ท่านจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีการบันทึกบัญชีหรือไม่ ซึ่งผู้บริหารไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ว่าวิธีการบันทึกบัญชีทำอย่างไร แต่อาจจะต้องมีความรู้ทางด้านบัญชีเบื้องต้นว่า ในแต่ละหมวดบัญชีประกอบด้วยรายการอะไร ทำไมต้องจัดเรียงลำดับในรูปแบบบัญชีมาตรฐานอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ เช่นสินทรัพย์หมุนเวียน ประกอบด้วยรายการเงินสด ตั๋วเงินรับ ลูกหนี้การค้า สินค้าหมุนเวียน สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น โดยเป็นหมวดของสินทรัพย์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 1 ปี และเรียงตามลำดับสภาพคล่อง หรือโอกาสที่จะเปลี่ยนรายการนั้นมาเป็นเงินสดได้ สำหรับหมวดอื่นๆในงบดุลก็จะมีหลักเกณฑ์ในการจัดเรียงที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานทางบัญชีแล้ว ยังสามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานด้วย

ดังนั้นหากผู้บริหารไม่มีพื้นฐานทางบัญชีก็เป็นการยากที่จะบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ที่เสนอความคิดเห็นในที่นี้เพื่อให้ผู้ที่อ่านบทความนี้ ได้ตระหนักถึงพื้นฐานในการนำตัวเลขทางบัญชีไปใช้ในการบริหารงาน เนื่องจากหากไม่รู้ถึงที่มาของรายการบัญชีก็จะนำไปใช้วิเคราะห์ได้ไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ก็เป็นการนำตัวเลขแต่ละรายการมา คูณ หาร บวก ลบ ตามสูตรการคำนวณอัตราส่วนที่ไม่ยากนัก เช่น อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อ หนี้สินหมุนเวียน (Current Ratio) เป็นการนำยอดสินทรัพย์หมุนเวียนหารด้วยยอดหนี้สินหมุนเวียน อัตราส่วนตัวนี้แสดงให้เห็นสภาพคล่องของกิจการในวันนั้น เช่น ในวันที่ 31 ธันวาคม 2554 Current Ratio เท่ากับ 1.5 เท่า แสดงว่า กิจการมีสินทรัพย์หมุนเวียนที่จะจ่ายหนี้สินหมุนเวียนได้ถึง 1.5 เท่า แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ รายละเอียดของสินทรัพย์หมุนเวียนและหนี้สินหมุนเวียน ซึ่งถ้ากิจการมีเจ้าหนี้ธนาคารและเจ้าหนี้การค้าที่ใกล้เวลาที่จะต้องชำระสูง แต่มีสินทรัพย์หมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นสินค้าคงเหลือซึ่งอาจจะเป็นวัตถุดิบ และเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ เช่น ค่า เช่าจ่ายล่วงหน้า เป็นต้น นั่นแสดงให้เห็นว่า กิจการจะต้องหาเงินสดมาชำระหนี้ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วัน ดังนั้นเราควรจะต้องไปดูที่ประมาณการงบกระแสเงินสด และเพิ่มสภาพคล่องให้สูงขึ้น

จากตัวอย่างข้างต้นมีข้อสังเกตว่า การนำตัวเลขทางบัญชีมาวิเคราะห์และใช้ในการบริหารงานต้องตระหนักว่า นั่นเป็นข้อมูลในวันที่ 31 ธันวาคม 2554 และต้องไปพิจารณาในรายละเอียดด้วย ซึ่งอาจจะต้องลงไปในรายละเอียดในแต่ละรายการ โดยทบทวนว่า ตัวเลขนั้นๆเป็นไปตามที่ควรจะเป็นหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ลูกหนี้การค้าที่มีอยู่ เป็นลูกหนี้การค้าที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ หากเราให้เครดิตทางการค้าสูงสุดไม่เกิน 60 วัน แต่จำนวนวันหมุนเวียนลูกหนี้สูงถึง 125 วัน แสดงว่า ลูกหนี้ไม่มีคุณภาพ หรือไม่มีประสิทธิภาพการเก็บหนี้ ถ้าเกิดปัญหาเช่นนี้ ท่านคงจะต้องไปดูรายงานแสดงสถานะและผลการเก็บเงิน (Aging Report) และอาจจะต้องพิจารณาความสามารถในการเก็บเงิน และอาจจะต้องกำหนดวงเงิน เครดิตให้ลูกค้าแต่ละรายตามคุณภาพ

สำหรับในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่า การนำงบการเงินมาวิเคราะห์ไม่ได้เป็นเรื่องยาก แต่จะต้องตระหนักถึงรายละเอียดให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็น ประโยชน์ต่อการบริหารงานเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพ นั่นหมายความว่าท่านสามารถลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ด้วย สำหรับในครั้งต่อๆไปเราคงจะลงไปในรายละเอียดของแต่ละรายการบัญชี แต่ละอัตราส่วนทางการเงินว่าแสดงให้เห็นถึงข้อพึงระวัง หรือบ่งบอกระดับประสิทธิภาพอย่างไร และหากสามารถวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบได้ ท่านจะสามารถวางกลยุทธ์ต่างๆในการแข่งขัน และไต่ขึ้นมาเป็นกิจการในระดับแนวหน้าได้

การที่ท่านมีข้อได้เปรียบทางต้นทุนที่ต่ำกว่าคู่แข่งนั้น ถือว่าท่านมีอาวุธที่ทรงอานุภาพอยู่ในกำมือแล้ว 

บทความโดย : มานิต จตุจริยพงศ์
ผู้เชี่ยวชาญ สำนักสนับสนุนด้านการเงิน
ที่มา : สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie