การเพิ่มยอดขายด้วยแผนการตลาด เพื่อธุรกิจ sme

แผนการตลาด

แผนการตลาด

คุณจริงจังกับการเติบโตของธุรกิจหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น แล้ว ถึงเวลาแล้วที่จะโยนวิธีการเข้าถึงตลาดแบบ “กุมตลาดเท่าที่กุมได้” ทิ้งเสีย และหันมารวบรวมแผนงานที่คุณสามารถจัดการได้ในการบริหารธุรกิจในแต่ละวัน ผู้ประกอบการจำนวนมากมุ่งเน้นไปที่การตลาดเฉพาะช่วงเวลาที่ธุรกิจไม่ลื่นไหล การทำเช่นนั้นเปรียบเสมือนการนำธุรกิจของคุณเข้าสู่ความผันผวน กล่าวคือประเดี๋ยวเติบโตประเดี๋ยวซบเซา แผนการตลาดที่ได้รับการวางแผนมาอย่างดีเป็นตัวช่วยสร้างยอดขายตลอดทั้งปีและ ทำให้การบริหารงานเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น เนื่องจากโปรแกรมการตลาดจะช่วยขจัดความตึงเครียดและความกังวลในการคิดวิธี กระตุ้นยอดขายทุกๆสองถึงสามเดือน

» เลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม

โปรแกรมการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดควรจะตอบสนองกลุ่มเป้าหมายได้ โดยมีกลยุทธ์หลายๆอย่างผสมผสานกัน ในส่วนของการตลาด การใช้กลยุทธ์เพียงแค่กลยุทธ์เดียวไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นให้กลุ่มเป้า หมายกลายสภาพมาเป็นลูกค้าและเพิ่มยอดขายของคุณได้

ธุรกิจขนาดเล็กแทบทุกธุรกิจมีกลุ่มเป้าหมายหลักๆอยู่ 3 กลุ่ม ดังนี้ คือ กลุ่มเป้าหมายที่มีความกระตือรือร้นน้อย กลางและมาก กลุ่มที่มีความกระตือร้นน้อยมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจของคุณเพียงน้อยนิด กลุ่มเป้าหมายที่มีความกระตือรือร้นระดับกลางมีความคุ้นเคยกับธุรกิจของคุณ และเกือบจะกลายมาเป็นกลุ่มลูกค้าที่เพิ่มยอดขายให้แก่ธุรกิจ ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่มีความกระตือรือร้นมากที่สุดคือกลุ่มที่มีความสนิทสนม หรือกลุ่มที่ซื้อสินค้าหรือบริการจากคุณในอดีต ไม่ว่าคุณจะขับเคลื่อนกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ให้สามารถกระตุ้นยอดขายของ บริษัทโดยการใช้วิธีสื่อสารด้วยเครื่องมือทางการตลาดและการติดต่อของฝ่ายขาย หรือ การที่กลุ่มเป้าหมายเข้าหาคุณจากการแนะนำ จึงต้องการข้อมูลทางธุรกิจหรือการขายโดยตรงเพื่อที่จะซื้อสินค้าหรือเซ็น สัญญาทางการค้า

ขณะที่คุณกำลังจัดทำโปรแกรมการตลาด การกล่าวถึงกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างน้อยหนึ่งอย่างในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แต่ละกลุ่มถือเป็นสิ่งจำเป็น ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มเป้าหมายที่มีความกระตือรือร้นน้อยจะเข้าถึงได้ผ่านโฆษณาทางหนังสือ พิมพ์และไดเร็คเมล ติดต่อกลุ่มเป้าหมายความกระตือรือร้นระดับกลางผ่านทางแคมเปญอีเมลการตลาด และกลุ่มเป้าหมายที่กระตือรือร้นมากอาจโต้ตอบกันได้ดีที่สุดผ่านการเสนองาน ทาง PowerPoint พร้อมกับการขายตัวต่อตัวเพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การขาย

เลือกกลยุทธ์แบบผสมผสานที่สามารถเข้าถึงและขับเคลื่อนเป้าหมายของคุณได้ และควรเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับงบประมาณของบริษัทด้วย ไม่ว่าคุณกำลังระดมทุนหรือมีทุนมากเกินพอแล้ว คุณยังคงสามารถใช้การกลยุทธ์ชุดหนึ่งได้ บางครั้งงบประมาณที่จำกัดก็ต้องการกลยุทธ์ที่คุณจะต้องลงมือทำด้วยตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น โครงการทีวีเคเบิลจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความกระตือรือร้นน้อย รวมถึงกลุ่มเป้าหมายที่บ้านด้วย สำหรับงบประมาณที่จำกัด

 » เขียนลงบนกระดาษ 

เคล็ดลับในการทำให้กลยุทธ์การตลาดทั้งหลายมีความสมดุลกันก็คือการมีแผนงาน ที่เขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมด้วยกำหนดเวลาที่สามารถควมคุมได้ หากทำเช่นนั้นแล้ว คุณจะสามารถจัดการโครงการและเครื่องมือของคุณได้เป็นอย่างดีก่อนจะถึงกำหนด เส้นตายและสามารถใช้งานได้ยามที่คุณต้องการ นอกจากนี้ คุณยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการออกแบบและทำสำเนา โดยการที่คุณสร้างเครื่องมือทางการตลาดไว้หลายๆชิ้นตั้งแต่โฆษณาและแผ่นพับ จนถึงเว็บไซต์ในเวลาเดียวกัน และคุณยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการสั่งพิมพ์โดยการพิมพ์เครื่องมือทางการตลาด ใหม่ๆพร้อมๆกันในครั้งเดียว

หากคุณไม่สร้างแผนการตลาดเพื่อช่วยลดต้นทุน (ในกรณีนี้ คุณต้องการเอกสารที่มีความละเอียดและเป็นข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น) แผนการตลาดของบริษัทของคุณจะง่ายต่อการจัดทำและการเข้าใจ

หลักเกณฑ์ของแผนการตลาดควรมี 5 ประการ ดังนี้

1. การวิเคราะห์สถานการณ์ โดยทั่วไปแล้ว จะใช้เนื้อที่หน้ากระดาษเพียงหนึ่งหน้าในการให้ข้อมูลอย่างย่อเกี่ยวกับบท คัดย่อของจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและความเสี่ยงของบริษัท นี้เป็นเครื่องมือแม่แบบที่มีประโยชน์เมื่อคุณทบทวนแผนงานของคุณในเวลาอีก สองสามเดือนต่อจากนี้ คุณจะสามารถมองเห็นถึงสถานการณ์ของบริษัทที่แปรเปลี่ยนไป

   2. กลุ่มผู้รับข้อมูลเป้าหมาย หากคุณใช้แผนการตลาดกับผู้บริโภค คุณควรเขียนสถิติแสดงรายละเอียดของผู้รับข้อมูล อาทิ อายุ เพศและรายได้ในครัวเรือน หากกลุ่มผู้รับข้อมูลเป้าหมายของคุณประกอบด้วยบุคคลจากธุรกิจอื่น คุณควรแทรกข้อมูล หนึ่งย่อหน้าหรืออาจเป็นข้อความอธิบายสั้นๆเกี่ยวกับธุรกิจนั้นๆ คำอธิบายกลุ่มผู้รับข้อมูลเป้าหมายนี้มีคุณค่าอย่างแน่นอนเมื่อคุณทำการ ประเมินว่าสื่อสิ่งพิมพ์หรือช่องทางการประชาสัมพันธ์ใดจะช่วยคุณเข้าถึง กลุ่มเป้าหมายที่ดีที่สุดได้

 3. จุดมุ่งหมาย คุณควรเขียนลิสต์อย่างย่อเป็นข้อๆเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายทางการตลาดของบริษัท และต้องแน่ใจได้ว่าจุดมุ่งหมายเหล่านั้นต้องสามารถทำการวัดผลได้ อาทิ “เพิ่มจำนวนลูกค้า 10 เปอร์เซนต์ภายในวันที่ 31 มีนาคม” เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว คุณจะสามารถประเมินผลงานในโครงการของคุณได้

4. วิธีการและกลยุทธ์ ร่างเค้าโครงวิธีการทางการตลาดโดยรวมของบริษัทและลิสต์ของกลยุทธ์ที่คุณจะใช้ใน การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในระหว่างที่กลุ่มเป้าหมายนั้นเคลื่อนเข้ามากระตุ้น ยอดขายของคุณ นอกจากนั้น คุณควรกำหนดระยะเวลาหรือใช้ซอฟต์แวร์ที่มีฟังก์ชันปฏิทินเพื่อบันทึกกำหนด เส้นตายของการผลิตที่สำคัญๆ

  5. งบประมาณ ประมาณค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ในการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบผสมผสานที่คุณได้เลือกไว้แล้ว หากกลยุทธ์ดังกล่าวต้องใช้งบประมาณเกินดุลที่ตั้งไว้ อย่าเพิ่งท้อแท้ ระลึกไว้เสมอว่ายังคงมีกลยุทธ์อื่นที่อาจเหมาะกับงบประมาณของคุณ คุณควรวางแผนงานเสียใหม่จนกว่าคุณจะได้กลยุทธ์แบบผสมผสานที่เหมาะกับงบ ประมาณและยังสามารถเข้าถึงและขับเคลื่อน

 

อ้างอิง : Ksmecare

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie