‘ขนมต้มใบเตย’ จิ๋ว ๆ แต่ไม่ธรรมดา

ขนมต้มใบเตย

ขนมต้มใบเตย

ทุกวันนี้เชื่อว่าหลายต่อหลายคนกำลังโหยหาอดีต รวมถึงเรื่องอาหารการกินที่ไม่เจือปนสารเคมีมากเกินไป สินค้าหรืออาหารที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ กรรมวิธีการทำเน้นรูปแบบเก่าหรือสมัยโบราณ จึงหวนกลับมาขายดี ซึ่งขนมโบราณชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในงานพิธี เช่น บวงสรวง แก้บน ไหว้ครู คือ “ขนมต้ม” ที่รื้อฟื้นความโบราณกลับมา ที่ทำขายโดยเน้นคุณภาพ สร้างภาพลักษณ์ความเป็นไทย ได้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า จนเป็นอีก “ช่องทางทำกิน” ที่น่าสนใจ และวันนี้ทางทีมงานก็มีกรณีศึกษาจากตลาดสามชุกมานำเสนอให้ลองพิจารณากัน กับ “ขนมต้ม(จิ๋ว)ใบเตย” …

ปิ่นศักดิ์ อินประสิทธิ์ หรือ “โอ้” อายุ 30 ปี เจ้าของร้านน้องขนมต้ม ตลาดสามชุก ซอย 4 จ.สุพรรณบุรี ทำ “ขนมต้ม(จิ๋ว)ใบเตย” ขาย เจ้าตัวเล่าให้ฟังถึงที่มาของการทำขนมชนิดนี้ขายว่า เดิมทีทำงานเป็นพนักงานบริษัทเครื่องกรองน้ำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำอยู่หลายปีก็รู้สึกเบื่อ เงินก็ไม่เหลือเก็บ และไม่มีอิสระ จึงคิดลาออกแล้วหางานอื่นทำ อยากทำอะไรที่มีอิสระ หรือไม่ก็ทำธุรกิจส่วนตัวที่ไม่ต้องใช้เงินทุนเยอะนัก

ขนมต้มใบเตย

ขนมต้มใบเตย

“พอดีช่วงกลับบ้านที่ตลาดสามชุกร้อยปี เห็นคนมาเที่ยวที่นี่กันมากมายเพราะอยากดูวิถีการดำรงชีวิตโบราณของคนไทย ก็เกิดปิ๊งไอเดีย อยากทำขนมโบราณขาย ผมชอบทานขนมพวกนี้อยู่แล้วจึงนำสิ่งที่ใกล้ตัวและชื่นชอบมาเป็นโจทย์ มีตัวเลือกอยู่ 2-3 อย่าง แล้วก็มาลงตัวที่ขนมต้ม เพราะขนมอื่นมีคนทำขายมากแล้ว”
เมื่อมีความมุ่งมั่น ก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด ก็เริ่มด้วยการสำรวจตลาดก่อน ศึกษาว่าตัวแป้งต้องเป็นแบบไหน ไส้ขนมแบบไหนที่ลูกค้าชอบ รสชาติต้องเป็นอย่างไร มะพร้าวชอบแบบนึ่งหรือแบบสด เมื่อได้ผลสำรวจแล้วก็เริ่มฝึกทำจากสูตรขนมต้มแดง-ขนมต้มขาว และด้วยความคิดที่ไม่อยากให้เหมือนใคร จึงปรับสูตรให้มีความแตกต่าง โดยตัวแป้งจะเนียนนุ่มแบบที่เรียกว่าละลายในปาก ตัวไส้ทำให้เหนียวนุ่มพอดี ๆ ใช้มะพร้าวน้ำหอมมาผัดทำไส้ และใช้คลุกด้วย

นอกจากนี้ ตัวแป้งจะผสมน้ำใบเตยหอมแท้ ๆ 100% เพื่อเพิ่มความหอมอร่อย และปรับขนาดขนมให้มีขนาดเล็กจิ๋ว ให้ดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น เมื่อฝึกทำจนสูตรทุกอย่างลงตัว คนชิมบอกว่าอร่อย จึงทำออกมาขาย

อุปกรณ์ในการทำขนม หลัก ๆ ก็มี เตาแก๊ส, หม้อสเตนเลส, กระชอน, กระทะ, ถาด, อ่างผสม, ผ้าขาวบาง, ตะหลิว, กะละมัง, ที่ขูดมะพร้าวเล็บแมว, เครื่องปั่น เป็นต้น

สำหรับส่วนผสมที่ใช้ ประกอบไปด้วย แป้งข้าวเหนียว, แป้งข้าวเจ้า, มะพร้าวน้ำหอม, น้ำตาลมะพร้าว, ใบเตยหอม, หัวกะทิ และน้ำสะอาด

ขั้นตอนการทำ “ขนมต้ม(จิ๋ว)ใบเตย” เริ่มที่ “ตัวขนมต้ม” เริ่มโดยการเตรียมผสมสีสันของแป้ง คือสีเขียว ซึ่งนำเอาใบเตยหอมมาล้างให้สะอาด แล้วปั่นกับน้ำสะอาด กรองเอาแต่น้ำใบเตยข้น ๆ ใส่ภาชนะเตรียมไว้

นำมะพร้าวน้ำหอมมาผ่าซีกแล้วขูดเตรียมไว้ในภาชนะที่สะอาด

ลำดับถัดมาก็เตรียมผสมแป้งให้ออกมาไม่แข็งเกินไป และไม่นิ่มเกินไปจนเละ โดยใช้แป้งข้าวเหนียวผสมกับแป้งข้าวเจ้านิดหน่อย แล้วจึงใส่สีเขียวของน้ำใบเตย และหัวกะทิลงไปในแป้ง นวดให้ส่วนผสมแป้งเข้ากัน  นวดต่อไปเรื่อย ๆ จนแป้งเนียนได้ที่ แล้วพักไว้ โดยเอาผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ คลุมไว้

ขนมต้มใบเตย

ขนมต้มใบเตย

ต่อไปเป็นขั้นตอนของการทำ “ไส้ขนมต้ม” สูตรไส้ที่หวานหอมคือการนำมะพร้าวขูดมาคั่วกับน้ำตาลมะพร้าว คั่วไฟอ่อน ๆ จนหอม แล้วทำการเคี่ยวด้วยไฟอ่อน ๆ ไปเรื่อย ๆ จนไส้เหนียว จนหอมได้ที่ ยกลงพักไว้ให้เย็น แล้วจึงทำการปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ ใส่ถาดเตรียมไว้ และก็ขูดมะพร้าวทึนทึกเป็นเส้น ๆ ใส่ถาดเตรียมไว้ด้วย

เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็นำแป้งที่เตรียมไว้มาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดตามต้องการ แล้วแผ่เป็นแผ่นบาง ใส่ไส้ที่เตรียมไว้ลงไป ปั้นแป้งหุ้มไส้ให้มิด แล้วนำขนมใส่ลงในน้ำเดือด เมื่อขนมสุกจะลอยขึ้นมา ใช้กระชอนตักขึ้นมาให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำขนมลงคลุกในมะพร้าวที่ขูดเตรียมไว้ทันที เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมขาย

เคล็ดไม่ลับที่ทำให้ขนมต้มและขนมไทยชนิดอื่น ๆ ขายดิบขายดีคือ ความสดใหม่ของวัตถุดิบ ของขนม ที่ทำใหม่ทุกวัน ไม่ค้างคืน รวมถึงสีสันความสวยงามที่ได้จากพืชผักธรรมชาติ

สำหรับเทคนิคการขายเพื่อสร้างจุดขายที่น่าสนใจ นอกเหนือไปจากตัวขนมแล้ว คือภาชนะที่ใส่ โดยเจ้านี้จะใช้กะลามะพร้าวที่ขูดเนื้อออกแล้ว นำมาเป็นภาชนะใส่ขนมขาย ดูเก๋ไก๋ และลูกค้านักท่องเที่ยวก็ถือเดินรับประทานได้สะดวก

ราคาขายขนมต้ม(จิ๋ว)ใบเตย คือ 8 ลูก 10 บาท มีต้นทุนเฉพาะในส่วนของวัตถุดิบประมาณ 60% ของราคา

“ขนมต้ม(จิ๋ว)ใบเตย” เจ้านี้ เสาร์-อาทิตย์ขายที่ซอย 4 ตลาดสามชุกร้อยปี จ.สุพรรณบุรี และขายที่ตลาดโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ กรุงเทพฯ เดือนละครั้ง  นอกจากนี้ทางร้านยังมี “ช่องทางทำกิน” เพิ่มเติมจากการรับสั่งทำขนมต้มแดง-ขนมต้มขาว สำหรับใช้ในงานพิธี และรับออกงาน-จัดเลี้ยง ซึ่งหากต้องการติดต่อกับ โอ้-ปิ่นศักดิ์ ก็ติดต่อได้ที่ โทร.08-1252-6467 ทั้งนี้ ขนมไทยที่ทำได้รสชาติดี ราคาไม่แพง เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจบ้านเรา นี่น่าสนใจในเชิงอาชีพ แต่ที่สำคัญคือควรฝึกฝนการทำให้เชี่ยวชาญ และอย่าคิดแต่ลอกเลียนแบบ ต้องสร้างเอกลักษณ์เป็นของตนเองจึงจะดี

 

เรื่อง : เชาวลี ชุมขำ  :เรื่อง / วรัญญู  เหมือนเดช :ภาพ
อ้างอิง : เดลินิวส์

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie