“ขนมถ้วยคันทรี” ฉีกกฎ ร้านขนมไทย เกาะเกร็ด

 

ขนมถ้วยคันทรี พอได้ยินชื่อขนมก็รู้สึกได้ถึงความเป็นขนมไทยโบราณ แต่พอชื่อต่อท้าย คันทรี ที่มีความเป็นอินเตอร์ดูแล้วยังไงก็ไม่น่าเป็นชื่อร้านขนมถ้วยได้เลย แต่หนุ่มนักดนตรีคนนี้ ได้จับทั้งสองสิ่งมาประยุกต์เข้าด้วยกัน สร้างจุดขายให้กับขนมไทย ดูน่าสนใจขึ้นมาทันทีในกลุ่มวัยรุ่น คนรุ่นใหม่

สำหรับร้านขนมถ้วยคันทรี เป็นร้านที่ตกแต่งออกในแนวร้านอาหารสไตล์คันทรี ตามแบบฉบับที่เจ้าของร้าน “นายนิพนธ์ อัยรา” ชื่นชอบ หลายคนสงสัยว่า ทำไมถึงได้ทำขนมถ้วยออกมาในลักษณะเช่นนี้ คำตอบก็คือ เดิมเจ้าของร้านซึ่งเป็นนักดนตรี จึงได้เปิดร้านเหล้าที่เล่นตนตรี สไตล์คันทรี ตั้งอยู่บนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

นายนิพนธ์ บอกกับเราว่า ที่มาของร้านขนมถ้วย เกิดมาจาก การที่เกาะเกร็ดได้พัฒนากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จุดขายของเกาะเกร็ด ขนมไทยโบราณ และประกอบกับ ตนเองได้รู้จักคนทำขนมถ้วยอร่อย เกิดแรงยุให้ปรับเปลี่ยนร้านเหล้าสไตล์คันทรี มาเป็นร้านขนมถ้วย แต่ยังคงรูปแบบการจัดร้าน รวมถึงการเล่นตนตรีภายในร้านตามความถนัดของตัวเองบ้างเป็นบางโอกาส เรียกว่าเป็นร้านขนมถ้วยร้านแรกในประเทศไทย ที่มีนักดนตรีมาเล่นดนตรีให้ฟังกันแบบสด ลบภาพที่ว่า ร้านเหล้าเท่านั้นที่จะมีเพลงฟัง นี่ร้านขนมถ้วยมีเพลงฟังได้เช่นกัน

โดยขนมที่ขายภายในร้านหลัก คือ ขนมถ้วย มีเฉาก๋วยมาเพิ่มตอนหลัง และน้องแฟน เรียนชงกาแฟ และก็มาเปิดภายในร้าน แต่หลัก คือการขายขนมถ้วย ลูกค้าแวะเวียนเข้ามาส่วนใหญ่จะเข้ามากินขนมถ้วย มานั่งเล่นภายในร้าน มาถ่ายรูปเพราะชอบบรยากาศของสะสมที่มีอยู่ภายในร้าน

ส่วนของขนมถ้วยขายในร้านจะจัดเป็นชุด ขายชุดละ 20 บาท ถ้วยเล็ก 8 ถ้วย ถ้วยใหญ่ 4 ถ้วย ซึ่งราคาขนมถ้วยขายในราคาปกติ เหมือนที่ขายตามร้านทั่วๆไป ไม่ได้มีการบวกเพิ่มแต่อย่างใด เช่นเดียวกับอาหารประเภทอื่นๆ ขายราคาปกติ ยอดขายขนมถ้วยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1.000 ถ้วย ถึง 1.500 ถ้วย ซึ่งถือว่าเป็นยอดขายที่ทำให้เราสามารถอยู่ได้ แม้ว่าจะไม่ได้สูงเทียบเท่ากับการเปิดร้านเหล้าก็ตาม ซึ่งยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้เราอยู่ได้ แม้ว่าจะมีรายได้เพียงแค่วันเสาร์-อาทิตย์ก็ตาม แต่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ เพราะเป็นบ้านพัก

ในส่วนของการจัดตกแต่งร้าน เนื่องจากปรับร้านเหล้ามาเป็นร้านขนมถ้วย รูปแบบของร้านยังคงคอนเซ็ปต์ของร้านเหล้าอยู่ ทุกวันนี้ ก็ยังคงไม่หยุดที่จะปรับแต่งร้าน พอไปเจออะไรดูว่าน่าจะเข้ากับคอนเซ็ปต์ร้าน ซื้อมาแต่ง ประกอบกับร้านที่ทำอยู่ส่วนหนึ่งคือบ้านที่พักอาศัยอยู่แล้ว ทำได้เต็มที่ โดยไม่นำมาคิดเป็นต้นทุนในการทำร้านขนมถ้วยแต่อย่างใด เพราะเหมือนกับซื้อของที่ชอบมาแต่งบ้าน”

สำหรับ ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการก็คงไม่ใช่เพียงแค่ขนมถ้วยอร่อย แต่ชอบรูปแบบการให้บริการ โดยเฉพาะผมเองจะชอบพูดคุยกับลูกค้า ที่สำคัญคือ รูปแบบของร้านที่นั่งสบาย และในบางโอกาสทางเจ้าของร้านก็จะเล่นตนตรีให้ฟัง โดยเพลงที่นำมาเล่น จะเป็นเพลงบรรเลงด้วยกีตาร์คลาสสิค และ เพลงเก่าเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเพลงพระราชนิพนธ์ ที่ตนเองชื่นชอบและถนัด ซึ่งลูกค้าเองก็ชื่นชอบเช่นกัน

โดยลูกค้าจะมีทุกเพศ ทุกวัย เพราะขนมถ้วยเป็นขนมพื้นบ้าน คนไทยรู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นเก่า หรือ คนรุ่นใหม่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่ชอบกินขนมถ้วย และชื่นชอบบรรยากาศของร้านก็แวะเข้ามาใช้บริการ ซึ่งเคยให้นำขนมถ้วยที่ขายที่ร้านไปวางขายนักท่องเที่ยวที่อื่นๆ ภายในเกาะเกร็ด แต่กลับขายได้ไม่ดีเหมือนกับขายที่ร้าน ทั้งที่เป็นขนมถ้วยที่มาจากร้านเดียวกัน

รูปแบบของร้าน เป็นการดัดแปลงบ้านพักอาศัย เป็นบ้านไม้ทรงไทย 2 ชั้น ปรับชั้นล่างทำเป็นร้านอาหาร สไตล์ร้านเหล้าฟังเพลงสไตล์คันทรี ตามแบบที่เจ้าของร้านถนัด และต่อมาเลิกขายเหล้าหันมาเปิดร้านขายขนมถ้วย เปิดให้บริการตั้งแต่ 8 โมงเช้า ไปจนถึง 2 ทุ่ม หรือจนกว่าลูกค้าจะหมด ลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาะเกร็ด ภายในร้านรองรับลูกค้าได้ครั้งละประมาณ 30-40 คน เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์- อาทิตย์ เป็นการทำงานกันภายในครอบครัว ซึ่งขนมถ้วยจะทำส่งมาขาย 2 รอบ รอบเช้าและรอบบ่าย ทำให้ได้ขนมถ้วยที่สดใหม่ ตลอดทั้งวัน โดยไม่ได้ใส่สารกันบูด

 

อ้างอิง : ผู้จัดการออนไลน์

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie