“คลัง” ขีดเส้น 1 เดือนสรุปผลสอบ “เอสเอ็มอีแบงก์”

 

“คลัง” ไล่บี้ตรวจสอบ “เอสเอ็มอีแบงก์” ขีดเส้นรู้ผลภายใน 1 เดือน แจงยึดตามแนวทาง ธปท. ลั่นขุดเอาผิดทีมบริหารย้อนหลังทั้งชุดเก่าและปัจจุบัน 

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริงการดำเนินงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ทางกระทรวงการคลังได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกหนึ่งชุด โดยให้ตนเป็นประธานเพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อการดำเนินงานของเอสเอ็มอีแบงก์ ควบคู่กับการตรวจสอบจากคณะกรรมการบริหารของเอสเอ็มอีแบงก์ โดยจะให้แล้วเสร็จและสรุปผลภายใน 1 เดือน ซึ่งการสอบจะยึดตามแนวทางการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่พบว่ามีการปล่อยกู้ไม่ถูกต้อง และหากพบว่าคณะกรรมการของธนาคารเอสเอ็มอีมีส่วนทำให้เสียหายไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการชุดเก่าหรือชุดปัจจุบัน ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบด้วย

ส่วนนายพิชัย ชุณหวชิร ประธานคณะกรรมการบริหารเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบของ ธปท.กรณีของเอสเอ็มอีแบงก์ในช่วงปี 2552-2554 ซึ่งนายโสฬส ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ พบว่ามีการลดการกันสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งส่งผลให้ธนาคารมีกำไร รวมถึงการแก้ไขปัญหาเอ็นพีแอล โดยการปรับโครงสร้างหนี้ที่ไม่เป็นการแก้ไขปัญหาเอ็นพีแอลของธนาคารอย่างแท้จริง ทำให้เกิด NPL re-entry โดยได้ทำการปรับโครงสร้างเช่นนี้หมุนเวียนไปเรื่อย ทำให้เอ็นพีแอลมีจำนวนถึง 10,000 ล้านบาท ไม่ได้ถูกนำมาลงเป็นเอ็นพีแอลซึ่งในส่วนที่มาลงบัญชีเป็นเอ็นพีแอลมีเพียง 18,000 ล้านบาท หรือเท่ากับ 18% ของสินเชื่อรวมของธนาคารเท่านั้น

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ (2555) ธนาคารมีผลขาดทุนรวม 1,200 ล้านบาท จากปี 2554 ที่มีกำไร 400 ล้านบาท แต่เป็นกำไรที่เกิดจากส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยน

นอกจากนั้น นายโสฬสยังได้ดำเนินการปล่อยสินเชื่อในโครงการชะลอการเลิกจ้างงาน ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐฯ เมื่อปี 2551-2552 โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ 5% ระยะเวลา 5 ปี ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยกู้ในวงเงิน 7,000 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 1% ทว่า เอสเอ็มอีแบงก์ได้ปล่อยสินเชื่อในโครงการนี้เกินกว่าวงเงินที่รัฐบาลกำหนด โดยปล่อยออกไปรวมถึง 19,000 ล้านบาท ทำให้ธนาคารต้องแบกรับภาระต้นทุนในส่วนที่ปล่อยสินเชื่อเกินมา ทั้งนี้ต้นทุนธนาคารอยู่ที่ 7%

ด้านนายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะประธานกรรมการเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า การสอบนายโสฬส สาครวิศว อดีตกรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้มีการสอบวินัยด้วยได้หรือไม่ เนื่องจากนายโสฬสได้ขอลาออกจากตำแหน่ง หากสอบวินัยไม่ได้จะต้องพิจารณาว่าต้องดำเนินการทางกฎหมายฟ้องร้องอย่างไร

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie