ธุรกิจในฝันขนาดย่อม กับร้านหนังสือก็องดิด (Candide Book)

บนถนนตะนาว เลี้ยวซ้ายจากสี่แยกคอกวัว เลยอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ ไปสัก 100 เมตร คุณจะพบกับร้านหนังสือเล็กๆ นามว่า “ก็องดิด” แฝงตัวอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของย่านเก่า ร้านนี้ไม่ใหญ่แต่อัดแน่นไปด้วยวรรณกรรมและความเรียงหลากหลาย แม้กระทั่งหนังสือหายากต่างๆ หากลองถามดู เจ้าของร้านอาจมีคำตอบชวนทึ่งให้กับคุณก็ได้

ความเป็นมา

แรกเริ่มเกิดมาจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อน 3-4 คนที่ทำสำนักพิมพ์ 1 (ปัจจุบันปิดตัวไปแล้ว) ต่อมา ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง เพื่อนรุ่นพี่ (และบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัด) ได้เข้ามาเทคโอเวอร์ และปรับบรรยากาศใหม่ด้วยการตกแต่งที่ดูเป็น Boutique แถมมีมุม Café ที่เสิร์ฟกันตั้งแต่กาแฟ นำ้ผลไม้ ไปจนถึงไวน์

เอกลักษณ์ที่แตกต่าง
ร้านก็องดิดเป็นร้านหนังสือทางเลือก เน้นหนังสือแนววรรณกรรมและความเรียงที่คัดสรรมาแล้วอย่างดี (ด้วยสายตาของเจ้าของร้านซึ่งเป็นนักอ่านตัวยงและผู้คร่ำหวอดในวงการวรรณกรรม) และเพื่อให้สอดคล้องกับ “ทำเล” ที่อยู่ใกล้ถนนราชดำเนิน หลังอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ ที่นี่จึงมีหนังสือเชิงวิเคราะห์สังคมและการเมืองเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งก็ขายดีไม่แพ้กัน นอกจากนั้นเจ้าของร้านยังได้สร้างบุคลิกของก็องดิดให้เป็น Boutique Bookstore มีการตกแต่งที่สวยงามและเพิ่มมุมคาเฟ่เข้าไป ทำให้มีภายในร้านมีบรรยากาศน่านั่งอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานเงียบๆ

โอกาสและความเป็นไปได้ทางการตลาด
เพราะกำหนดแนวของหนังสือไว้ชัดเจน (แตกต่างจากร้านหนังสือตามห้างสรรพสินค้า) ร้านนี้จึงมีลูกค้าประจำซึ่งเป็นนักอ่านคอวรรณกรรมอยู่จำนวนหนึ่ง (ซึ่งจะซื้อหนังสือคราวละมากๆ) ประกอบกับคุณดวงฤทัย เจ้าของร้าน มีคอนเน็กชั่นที่ดี (จากการอยู่ในวงการหนังสือมานาน) จึงสามารถกระจายข่าวผ่านสื่อที่รู้จักกันได้รวดเร็ว ทำให้ลูกค้าที่แสวงหาร้านหนังสือแบบนี้อยู่แล้วมุ่งมาที่ร้านนี้โดยเฉพาะ ที่สำคัญลูกค้าซึ่งเป็นนักอ่านเหล่านี้ก็มีความฝันอยากเปิดร้านหนังสือเฉพาะทางเช่นกัน เมื่อเห็นคนตั้งใจทำก็อยากสนับสนุนให้อยู่ไปได้นานๆ

เคล็ดลับของร้านหนังสือ “ก็องดิด”
– ประสบการณ์ยาวนานในวงการหนังสือเป็นต้นทุนที่สำคัญและหาซื้อไม่ได้ ประสบการณ์ในการผลิตหนังสือช่วยให้เจ้าของร้านรู้จักประเภทหนังสือหลากหลาย รู้จักสำนักพิมพ์ และติดต่อกับสายส่งได้ง่าย ช่วยย่นระยะเวลาการเรียนรู้และขั้นตอนการนำหนังสือเข้าร้านไปได้มากโข

– คัดสรรหนังสือที่เหมาะกับร้าน โดยทำความรู้จักประเภทของหนังสือและสำนักพิมพ์ให้ดี เพราะสำนักพิมพ์แต่ละแห่งตีพิมพ์หนังสือในแนวที่ต่างกัน ฉะนั้นเจ้าของร้านต้องรู้ว่าสำนักพิมพ์ไหนอยู่กับสายส่งใด จะได้เลือกติดต่อได้ถูกต้อง ยิ่งถ้ามีเงินทุนจำกัดก็ยิ่งต้องเลือกสายส่งให้ดี เพราะแต่ละสายส่งจะเรียกเงินประกันหนังสือรายละ 30,000 -50,000 บาท หากเราใช้สายส่งมากเจ้า เงินทุนก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปตามลำดับ

– จัดกิจกรรมต่างๆ โดยต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเคลื่อนไหว เชื่อมสัมพันธ์กับลูกค้า และกระตุ้นการซื้อขาย เช่น การจัดแสดงดนตรีแจ๊ซเป็นประจำ หรือจัดเสวนาเดือนละ 2 ครั้ง โดยเชิญนักเขียน นักแปล บรรณาธิการ หรือคนในวงการหนังสือมาร่วมพูดคุยกับนักอ่านโดยตรง

– อาศัยโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับกลุ่มผู้อ่าน ควรสร้างหน้าแฟนเพจขึ้นในเฟซบุ๊ค อัพเดทข่าวสารทางทวิตเตอร์ รวมถึงเขียนบล็อกรีวิวหนังสือบ่อยๆ ทั้งหมดนี้สามารถกระตุ้นยอดขายได้อีกทาง (แฟนๆ ไม่น้อยที่ติดตามอ่านบล็อกของดวงฤทัยตามมาซื้อหนังสือที่เธอรีวิวกันถึงร้าน)

ข้อมูลทางธุรกิจ
เจ้าของร้าน : ดวงฤทัย เอสะนาชาตัง
ขนาดร้าน : 1 ห้องแถว ชั้นเดียว
ปีที่เปิดให้บริการ : พฤษภาคม ปี 2552 (ก่อนที่ดวงฤทัยจะเข้ามาเทคโอเวอร์ และดูแลต่อในเดือนมิถุนายน 2553)
งบประมาณเริ่มต้น : 550,000 บาท (ประกอบด้วยค่าเซ้งร้านที่มีโครงสร้างร้านและหนังสือครบอยู่แล้ว 350,000 บาท ค่าตกแต่งและทำเคาน์เตอร์กาแฟ 200,000 บาท) ไม่รวมค่าเงินประกันสายส่งหนังสือ รายละ 30,000 – 50,000 บาท
ระยะเวลาคืนทุน : 3 ปี
จำนวนพนักงาน : 1 คน (ไม่รวมเจ้าของร้านซึ่งมาดูแลเป็นประจำ)
โครงการในอนาคต : ทำสินค้าที่ระลึกของทางร้าน เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์

ข้อมูลการติดต่อ
207 ถนนตะนาว แขวงบวรนิเวศ
เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร. 02-622-2862
Email: duangruethai@candidebooks.com
Website: http://www.facebook.com/CandideBooks

อ้างอิง : article.tcdcconnect.com

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie