น้าๆ ครับ … อยากเขียนแผนธุรกิจ

ขึ้นหัวข้อ ก็ทำให้น่าค้นหาจริงๆ เพราะจากหัวข้อคำถามของสมาชิกบางท่านที่ได้ลงประกาศไว้ใน Pantip.com โดยได้ัตั้งกระทู้จั่วหัวไว้ว่า

“น้าๆครับ … อยากเขียนแผนธุรกิจ เพื่อเสนอแบ๊งค์ มีที่ไหนแนะนำบ้างครับ”

ซึ่งทางทีมงานได้อ่านแล้ว ก็สนใจขึ้นมาว่า เออ คำถามนี้น่าตอบจัง แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือ รายละเอียดประกอบคำถาม โดยมีใจความว่า

“น้าๆครับ ผมกำลังจะซื้อธุรกิจ SPA ซึ่งๆ ได้รับข้อมูลจากเพื่อนฝูงในวงการแบ๊ง ว่าทางรัฐบาลนั้น ปล่อย SME. วันนี้ไปคุยกับแบ๊งค์มา ก็มีเรื่องของการทำแผนธุรกิจ เพื่อเอาไปเสนอในที่ประชุมของทางแบ๊ง ให้มันแน่นหนาขึ้น จึงอยากเรียนถามน้าๆ ว่า มีที่ไหนแนะนำ หรือรับจ้างเขียนแผนธุรกิจ แบบรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพบ้างครับ อีกอย่าง อัตราค่าบริการนั้นโดยส่วนมากเท่าไหร่ครับ

ปล. การเขียนครั้งนี้ผมต้องการแค่ เสนอผ่าน เพราะผมนั้น มีลับลมคมในกับทางแบ๊งไปแล้ว โอกาสผ่าน 80% แต่ถึงยังไงแล้ว ก็ยังอยากได้ แผนธุรกิจที่มันดู เป็นรูปเป็นร่าง สมน้ำสมเนื้อ กับเงินที่เราจะไปกู้แบ๊ง อะครับ

ปล. ไม่มีความรู้เลยเขียนเองไม่ได้ครับ”

ความน่าสนใจอยู่ที่ตัวหนังสือสีแดง นั้นเอง จากคำถามกลายเป็นบทวิพากวิจารย์ กันใหญ่โต ซึ่งทำให้คำถามที่จั่วหัวเอาไว้ กลับกลายเป็นการแสดงความคิดเห็น ซึ่งทางทีมงาน อ่านความเห็นของหลายๆ ท่าน น่าสนใจและน่าติดตาม จึงขออนุญาตินำมาให้สมาชิกใน SMEsplannet ได้อ่านกันเล่นๆ นะครับ เพราะความเห็นของผู้แสดงความคิดเห็น ซึ่งมีทั้งผู้ที่เคยกู้ ผู้ที่อยู่ในวงการแบงค์ และก็เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อเองด้วยซ้ำ ก็คงจะทำให้ได้รับประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ ติดตามกันต่อได้เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ตอบว่า “สปา เวลานี้ เสี่ยงสูงครับ แนะว่าอย่าเลย…” น่าคิดครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ตามมาติด ” และที่คุณว่าลับลมคมไหน นี่ แบงค็ไหนครับ จะได้แจ้งฝ่ายตรวจสอบไปจัดการ จะบอกว่าลูกค้าที่ผมไม่เอาอันดับแรกก็คือลูกค้ามีลับลมคมใน เพราะ

  1. ดูถูกผมมาก
  2. การที่สินเชื่อคุณผ่านไม่ผ่าน ขึ้นกับ CREDIT ตัวคุณและธุรกิจคุณ ตอนนี้ credit คุณไม่เหลือในสายตาแบงค์เพราะแบงค์ของมองความซื่อสัตย์อันดับแรกแล้ว ต่อไปก็มาดูธุรกิจคุณว่าไปรอดหรือไม่รอด
  3. ขนาดคุณเพิ่งขอกู้ คุณยังมีกำลังภายใน และ แบงค์จะมั่นใจยังไงว่า คุณจะไม่เบี้ยวหนี้

ผมจะบอกคุณเอาไว้อย่างหนึ่งนะครับ การขอสินเชื่อของคุณ ไม่ได้ผ่านคนๆ เดียว แต่ผ่าน ผู้จัดการ ฝ่ายกลั่นกรองสินเชื่อ ฝ่านอนุมัติ ซึ่งยากครับ ยุคนี้ไม่มีแล้วนะครับผ่านคนเดียวเซ็นอนุมัติได้ …. ถ้าคุณคิดจะขอสินเชื่อจริงๆ ผมแนะนำ ปรึกษาเจ้าหน้าที่ธนาคารที่คุณไปติดต่อครับ เพราะเขาคนนั้ยเป็นคนเขียน Credit Application เพื่อเสนอผู้อนุมัติอีกที

คุณมีเจ้าหน้าที่ธนาคารให้ปรึกษาครับ เพราะธุรกิจทุกตัวมีความเสี่ยง คุณไม่รู้หรอกครับ แต่ธนาคารู้ แนะให้ไปปรึกษาเขาดีกว่าครับ แม้ว่าคุณจะกู้ไม่ผ่านแต่ คุณไม่ต้องมานั่งใช้หนี้เมื่อร้านเจ๊งนะครับ ถึงเวลานั้น แบงค์เขาคุณยังกับอะไรดี ?

สำหรับธุรกิจสปา สิ่งที่คุณตัองหาคำตอบให้ธนาคารคือ

  1. คุณมีประสบการณ์ในธุรกิจสปา หรือ ธุรกิจด้านบริการอะไรหรือเปล่า
  2. ลูกค้าคุณเป็นลูกค้ากลุ่มไหน โซนไหน รายได้เท่าไหร่
  3. คุณมี เครดิตกับ Supplier หรือเปล่า ถ้าไม่มีคุณจะหาเงินที่ไหนมาหมุนในธุรกิจ
  4. คุณมีแผนสำรองเวลาธุรกิจคุณไม่ได้เป็นไปตามที่คุณคิดไหม
  5. คุณมีหลักประกันอะไรบ้างที่ใช้ค้ำประกัน
  6. คุณมีหนี้สินอื่นที่ต้องชำระหรือเปล่า ซึ่งมันอาจจจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของคุณ

มีแค่นี้แหละครับ แต่ถ้าถามผม ถ้าคุณไม่ได้มีธุรกิจสปา และจะขยายสาขาแล้ว อย่าทำ!!!

ความเห็นทีมงาน : เป็นอย่างไรครับกับความเห็นที่ 2 ผมว่าแนะนำได้ดีทีเดียวครับ ชอบตรงที่ “ดูถูกผมมาก” เริ่มต้นก็โดนกันเลยครับ
ความเห็นที่ 3  “เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง” ทางทีมงาน SMEsplannet ก็เห็นด้วยคร๊าบ!
ความเห็นที่ 4  ”  ไม่เกี่ยวกับเงินปากถุงละกัน เอาเฉพาะ Business Plan อย่างเดียว ไม่น่าจะยากเกินผู้ประกอบการอย่าง จขกท. ดึงตัวอย่างออกมาซักแผน เอาที่เกี่ยวกับธุรกิจบริการ เก็บหัวข้อไว้ ลบรายละเอียดออก แล้วก็เติมรายละเอียดของธุรกิจที่จะเข้าไปทำ วาดภาพให้มันใหญ่ๆ กว้างๆ เป็นไปได้มากๆ เอา Business Development Manager ของสินเชื่อแบ๊งค์ เห็นภาพเลย คิดว่า ถ้าเด็กเรียนหนังสือทำได้ ผู้ประกอบการจริง น่ามองภาพกว้างกว่าและทำได้ดีกว่าแน่นอน โชคดีครับ
ความเห็นทีมงาน : มองว่าเป็นวิธีที่ง่ายเกินไป เพราะในการทำแผนธุรกิจนั้น โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาชีพรับจ้างเขียนแผนธุรกิจมือใหม่ ก็มักจะทำกันแบบนี้ซะด้วยสิครับ เท่าที่ทราบมา แต่ที่ยากไปกว่านั้น คือการนำเสนอเรื่องราวให้มีความสอดคล้องกับธุรกิจ ซึ่งมันจะมีรายละเอียดปลีกย่อยลงลึกในรายละเอียดของธุรกิจอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของแผนการเงิน แผนการตลา งานวิจัยฯ การนำแผนธุรกิจมา Copy แล้วมาตัดแปะหรือโคลนนิ่งตัดต่อพันธุกรรม ถือว่าฆ่าตัวตายชัดๆ จบตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำธุรกิจแล้ว ครับ เพราะการเขียนแผนธุรกิจที่ควรจะเป็น คือการร่างธุรกิจโดยเจ้าของธุรกิจเอง แล้ว ขอคำปรึกษาหรือคำแนะนำหรือจะรบกวนให้ที่ปรึกษาด้านแผนธุรกิจเรียบเรียงเพิ่มเติม ซึ่งตรงนี้อาจจะมีค่าใช้จ่าย เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป หรือเน้นสาระสำคัญในแผนธุรกิจให้มีความสมบูรณ์ รวมทั้งนำเสนอภาพของธุรกิจให้มีความโดดเด่นและชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งก็ถือว่าน่าจะเป็นแนวทางนี้ จะดีกว่า ครับ และจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าใจในธุรกิจดียิ่งขึ้น สามารถตอบคำถามสินเชื่อได้อย่างมั่นใจครับ

ความเห็นที่ 5  ตอบประเด็น เจ้าของกระทู้ “ปล. การเขียนครั้งนี้ผมต้องการแค่ เสนอผ่าน เพราะผมนั้น มีลับลมคมในกับทางแบ๊งไปแล้ว = ไม่ซื่อสัตย์”

ความเห็นทีมงาน : ตรงดีครับ

และจากที่ได้อ่านความมาจนถึงความเห็นที่ 5 ก็ทำให้เจ้าของกระทู้ อยู่ไม่ได้แล้วครับ ต้องการมาไขข้อข้องใจ เพื่อให้กระจ่ายและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำว่า “ซื่อสัตย์” ไว้ได้น่าสนใจครับ มาอ่านต่อกันเลยครับ

ความเห็นที่ 6 (เจ้าของกระทู้) ขอบคุณทุกท่านครับสำหรับคำแนะนำ และติติง เอาเป็นว่าผมขอรับฟัง ทั้งข้อเสนอและขอเสีย ไม่ได้อยากจะแก้ตัว แก้ต่าง คำว่าซื่อสัตย์ นั้น มันมีหลายอย่างครับ

ซื่อสัตย์ ต่อครอบครัว
ซื่อสัตย์ ต่อสถาบัน
ซื่อสัตย์ ต่อคนรอบข้าง

อันนี้แล้วแต่จะคิด แต่ที่เราทำกัน เค้าเรียกว่าธุรกิจ ผมได้ธุรกิจมาทำ ธนาคารได้ปากถุง นายหน้าได้ปากถุง เจ้าของเก่าได้เงินไปใช้หนี้ ผมมีโอกาสมีอนาคตที่สดใส เพื่อครอบครัวและวันข้างหน้า ?

จากเหตุการนี้ ผมยังไม่มองเห็นว่าจะมีใครเสียประโยชน์

1. เจ้าของเก่าไม่ต้องเป็นหนี้ท่วมหัว ครอบครัวรับภาระ จิตใจย่ำแย่
2. เจ้าหน้าที่ทุกๆส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้รับเงินปากถุง ใช้จ่ายในยามเศรษฐกิจแย่แบบนี้
3. น้องๆที่จะตกงาน หรือบริษัทรับเขียนเอกสาร มีงานทำมีเงินใช้
4. ผมได้มีโอกาสทำธุรกิจ และอาจจะมีผลกำไร
5. ธนาคารที่ปล่อยกู้ ก็ได้ดอกเบี้ย และสิ่งที่ธนาคารต้องการ

สรุป จากตรงนี้ ยังไม่มีใครเสียผลประโยชน์ ถึงวันนึงธุรกิจเจ๊ง คนที่เป็นหนี้ก็เป็นผม ผมไม่ได้ผลักภาระ ไปให้ใครเลย

นี่คือสิ่งที่อยากอธิบาย เกี่ยวกับสิ่งที่จะทำ ผมยอมรับว่าทุกวันนี้ เงิน คือตัวการสำคัญ อะไรที่ว่ายาก ลองเอาเงินเข้าไป อะไรก็ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าพี่ๆ น้าๆ ที่ทำธุรกิจ แล้วมองถึงความเป็นจริงข้อนี้ ก็คงเข้าใจ

ผมยังต้องการคนเขียน Business plan หรือน้าๆ มีที่แนะนำผมยังรับฟังครับ
เพราะผมมีเวลาแค่ 2 week ข้อมูลผมมีให้แล้ว ขอบคุณครับ

ถ้าคุณจะเอา Business Plan แบบที่แบงค์ต้องการ ผมเขียนไว้แล้ว 6 ข้อ ครับ นั้นคือประเด็กหลักๆ ของธุรกิจคุณเลย

ความเห็นทีมงาน : ไม่แสดงความคิดเห็นครับ เพราะนานาจิตตัง

ความเห็นที่ 7 คุณครับ อย่าคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างครับ ผมหมายถึงว่า เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง

ความเห็นที่ 8  แนะให้ใจเย็น+ศึกษาให้มากกว่านี้ มากกว่าๆๆๆนี้อีก แล้วค่อยลงมาทำครับ เชื่อเถอะครับ

ความเห็นทีมงาน : ในความเห็นที่ 7 และ 8 ก็มีเหตุผลครับ เพราะว่าการทำธุรกิจสมัยนี้ ไ่ม่ใช่สักแต่ว่าอยากทำ แต่มันมีความหมายมากกว่านั้นครับ คือ ถามตัวเองให้ดีก่อนว่ามีความพร้อมและพร้อมทำธุรกิจนี้จริงๆ หรือไม่ เพราะถ้าหากใช้อารมณ์ ความอยากเป็นที่ตั้ง ทำไปก่อนแก้ทีหลัง ผมว่าอาจเกิดผลเสียมากกว่าได้ ครับ และไม่คุ้มกับเวลาและเงินที่เสียไป คือกำลังบอกว่า ใจเย็นๆ และศึกษาให้รอบครอบ แต่ต้องเตรียมพร้อมครับ เมื่อโอกาสมาถึงแล้วค่อยลงมือทำจะดีกว่าเป็นที่สุดครับ

“เรามาดูความเห็น ที่ทางทีมงานขอยกให้เป็น Hi light เลยทีเดียว เพราะถือว่าเป็นข้อแนะนำที่ดีและจะต้องเป็นผู้ที่อยู่วงในจริงๆ ถึงจะทราบได้ เรามาอ่านกันเลยครับ”

ความเห็นที่ 9  ผมไม่ขอออกความเห็นในด้านจริยธรรมมากก็แล้วกันนะครับ ถือว่าผมมาเล่า”นิทานธุรกิจ” ให้ฟังก็แล้วกันครับ

นิทานเรื่องนี้มีอยู่ว่า… กาลครั้งหนึ่งผมบังเอิญไปอ่านเจอกระทู้คนที่มีปัญหาเดียวกับจขกท. นั่นคือพอมีเส้นสายกับคนในแบงค์อยู่บ้างหรือได้รับข้อเสนออะไรบางอย่างมา ผมก็เลยเรียนตอบเขาไปว่า…

… ผมเองได้สัมผัสกับเรื่องแบบนี้มาในหลายองค์กรและในหลายระดับตั้งแต่ระดับปฏิบัติการยันระดับผู้บริหารและก็เข้าใจว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ยังมีอยู่จริงตั้งแต่โครงการระดับ 6 หลักจนถึงระดับ10หลักขึ้นไป อย่างไรก็ตามผมรู้สึกว่าด้วยอายุและประสบการณ์ที่ค่อนข้างน้อยของคุณนั้น ผมเดาว่าคุณยังขาด “ชั้นเชิง” ในการเจรจา รวมถึงความสามารถในการวิเคราะห์การดำเนินธุรกิจในแนวนี้ครับ เพราะถ้าคุณมีชั้นเชิงในการเจรจาธุรกิจแนวนี้พอคุณก็จะทราบดีว่านายแบงค์ที่คุณมี “ลับลมคมใน” ด้วยนั่นแหละคือผู้ที่สามารถช่วยคุณได้มากที่สุด (ไม่ใช่นายหน้าที่โม้ว่ามีอำนาจอนุมัติเพื่อมาขอค่าต๋งคุณแลัวปิดโทรศัพท์หนีเมื่อโครงการไม่ได้รับอนุมัตินะครับ แบบนั้นก็มีให้เห็นบ่อยๆเหมือนกัน)

ผมขออนุญาตชี้แจงเป็นข้อๆดังต่อไปนี้นะครับ

1. นายแบงค์ที่รับ “ค่าจัดการในการอนุมัติโครงการ” และมีฝีมือจริงจะมีทีมของเขาอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นทีมลูกน้องที่ไว้ใจได้ในสายงานนั่นแหละครับ เนื่องจากทีมของเขาสามารถเขียนแผนโครงการได้ไกล้เคียงกับหลักเกณฑ์ในการอนุมัติมากที่สุด ยิ่งถ้าเป็นระดับผอ.หรือระดับเขตของบางแบงค์ยิ่งหมู มีอำนาจอนุมัติได้ 5 ล้านบ้าง 10 ล้านบ้าง โดยไม่ต้องเข้าบอรด์ (หรือเข้าบอร์ดย่อยที่ตัวเองนั่งเป็นประธานบอร์ด) ชงเองกินเองได้เสร็จสรรพ

2. ทีมที่เป็นงานมากๆจะรู้ดีว่าเวลาเข้าบอร์ดอนุมัติจะต้องโดนโจมตีเรื่องไหนบ้าง ใครในบอร์ดเป็นพรรคพวกใครจะต้อง lobby กันนอกรอบอย่างไร ฯลฯ เพราะค่าจัดการต้องเอามาแบ่งกันเพื่อกันการหักหลังกันทีหลัง (ส่วนใหญ่พอรับเงินด้วยกันสักครั้งสองครั้งก็ไม่ค่อยเอามาปูดกันหรอกครับ วัวสันหลังแหวะกันทั้งนั้น) และบางทีเงินก็ไม่ใช่ประเด็นเสมอไป แต่มันเป็นเรื่องของการเอิ้ออำนวยความสะดวกแก่กันเพื่อประโยชน์ในการประสานงานในอนาคต (ยังอาจจะต้องเจอกันอีกในหลายบอร์ด จะได้ไม่ต้องมาฟันกันทีหลัง)

3. บางคนที่เน้นปลอดภัยไว้ก่อนก็จะมี outside contact กับทีมที่ปรึกษาอิสระ(freelance consultant) ซึ่งมีหน้าที่รับจ้างเขียนแผนธุรกิจป้อนนายแบงค์ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งพวกเขาสามารถเขียนแผนธุรกิจสปาให้คุณได้สบายๆในระยะเวลาที่คุณกำหนด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณก็อาจจะต้องจ่ายเพิ่มอีกหลักหมื่นถึงหลักแสนนะครับ (แล้วแต่ตกลง) อยากสบายรอเซ็นสัญญาเงินกู้อย่างเดียวก็ต้องจ่ายหนักหน่อย

4. เรื่องแบบนี้คนทำธุรกิจที่มีชั้นเชิงเขาไม่เอาออกมาพูดในที่สาธารณะหรอกครับ มันไม่เหมาะสม เหมือนที่ใครๆก็รู้ว่านักการเมืองและพวกพ้องของเขาต่างก็โกงกินและมีผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝงไม่ทางใดก็ทางหนึ่งด้วยกันทั้งนั้นแต่จะมีใครออกมาประกาศให้โลกรู้ล่ะครับ? ที่คุณทำมันก็เหมือนกับผู้รับเหมางานสร้างถนนออกมาป่าวประกาศว่า “ผมกำลังจะฮั้วประมูลโครงการกับรัฐบาลคร้าบ ตกลงกันไป 80%แล้วเหลือแค่ขั้นตอนวิธีการฮั้วประมูลแบบเนียนๆ มีใครแนะนำผมได้บ้างคร้าบ?” คงเข้าใจความหมายนะครับ

5. รู้จักหน่วยงานที่เรียกว่า บ ก.ป ศ ท . ไหมครับ? ชื่อเต็มๆคือ กองบังคับการปราบปราม อาชญากรรมทางเศรษฐกิจและ เทคโนโลยี ถ้ายังไม่รู้จักก็แนะนำให้ศึกษาไว้ดีๆ นะครับ บางทีหน่วยงานนี้อาจจะกำลังจับตาดูคนที่คุณมีลับลมคมในด้วยอยู่ก็เป็นได้ ยิ่งถ้าเขาทำมาหลายเคสแล้วและไม่เนียน (หรือเคลียร์ภายในกันไม่ครบ มีคนจ้องเลื่อยขาเก้าอี้ ฯลฯ) แม้ว่าเคสแบบส่วนใหญ่จบกับภายในด้วยการ “เชิญออก” ก็จริง (แบงค์เองก็ไม่อยากเป็นข่าว) แต่ถ้าหวยเกิดออกที่เคสคุณขึ้นมาแล้วคุณจะหนาว ยิ่งถ้าเป็นแบงค์รัฐนะ ข้อหาติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐนี่หนักเอาการเลยล่ะครับ นี่ถ้าผมเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนี้แล้วผมสนใจเคสคุณ ผมแกล้งทิ้ง email กับ เบอร์โทรไว้ว่ารับจ้างเขียนแผนธุรกิจ แล้วรอให้คุณติดต่อกลับมาผมก็รวบทั้งคุณและนายแบงค์ได้แล้วครับจะได้มีผลงาน เพราะสิ่งที่คุณเขียนในบอร์ดนี้คือหลักฐานชั้นดีชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว และถ้าผมเลวหน่อยผมไม่ดำเนินคดีหรอกครับ เอาไว้ต่อรองรีดเงินจากพวกคุณอีกทีก็ยังได้ และขอเตือนไว้อีกอย่างว่าการขึ้นโรงขึ้นศาลมันไม่สนุกหรอกครับถ้าคุณไม่เชี่ยวจริงๆ ซึ่งดูจากคำถามในกระทู้แล้วก็ไม่น่าจะใช่ เอาเวลาและสมองไปคิดทำมาหากินแบบตรงไปตรงมาดีกว่าครับ ที่พูดมานี่ไม่ได้ขู่หรือว่าประชดนะครับ แต่พอผมเห็นตรรกะในการทำธุรกิจของคุณแล้วผมรู้สึกว่าผมควรที่จะเตือนคุณถึงความเป็นจริงของโลกธรุกิจที่คุณเลือกที่จะเดินเสียหน่อย คนอื่นทำกันเยอะก็จริง แต่แค่เขาไม่พลาดไม่ได้หมายความว่าคุณจะรอดเสมอไปนะครับ ถ้าจะผูกก็จงเรียนรู้วิธีแก้ด้วย

6. คนที่จ้างคนอื่นเขียนแผนธุรกิจมักจะไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนั้นๆ เนื่องจากขาดการวางแผนที่รอบคอบและการประเมินสถานการณ์การตลาดรวมถึงปัจจัยอื่นๆอย่างถูกต้อง ลองใช้เวลาทุ่มเทกับการเขียนแผนธุรกิจสักนิดแล้วคุณจะได้ความรู้อีกเยอะครับ สิ่งนี้อาจจะช่วยธุรกิจคุณจะได้ไปได้สวยทำกำไรให้คุณได้เป็นกอบเป็นกำ ไม่ต้องกลายไปเป็น NPL อนึ่งถ้าคุณคิดว่าการเป็น NPL มันเป็นเรื่องขำๆผมก็ไม่ว่าอะไรครับ แต่ต้องขอแย้งตรรกะของคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้นิดนึงนะครับ NPL เป็นปัญหาของส่วนรวมครับ ไม่ใช่แค่ปัญหาส่วนบุคคลเพราะ NPL เพิ่ม cost of doing business ของทุกๆฝ่ายครับ ธุรกิจสปาเลยจุด peak ของมันมาแล้วนะครับ และยิ่งสถานการณ์การเมืองและการท่องเที่ยวที่เลวร้ายเช่นนี้ ผมเชื่อว่าคนที่จะดำเนินธุรกิจสปาให้มีกำไรได้ด้วยเงินกู้แบงค์ต้องเก่ง+เฮงมากๆ ถามตัวเองดีๆนะครับว่ามีครบทั้งสองอย่างรึเปล่า

7. ถ้าถึงจุดนี้แล้วจขกท.ยังไม่อยากลงมือเขียนแผนธุรกิจเอง และยังคิดไม่ออกด้วยว่าจะคุยกับนายแบงค์ของคุณอย่างไรหรือดูท่าแล้วทางนั้นก็ไม่ค่อยเป็นงาน คุณก็พิมพ์คำว่า “รับเขียนแผนธุรกิจ” ลงไปใน Google เลยครับ ส่วนเจ้าไหนโปรไม่โปรผมบอกไม่ได้ ตาดีได้ตาร้ายเสียครับงานนี้

สุดท้ายนี้ผมขอฝากข้อความบางอย่างไว้ให้คุณจขกท.และนักธุรกิจคนอื่นๆที่ผ่านเข้ามาอ่านกระทู้นี้ด้วยแล้วกันนะครับ คุณจะเลือกทำธุรกิจแบบใสสะอาดตรงไปตรงมาแล้วเสียเปรียบคู่แข่ง หรือทำการในที่ลับแต่เสี่ยงโดนตลบหลังต้องวิ่งเต้นตลอดเวลา หรือจะออกแนวสีเทาถูกบ้างผิดบ้างวิ่งบ้าง “ใครๆ เขาก็ทำกัน” ก็แล้วแต่คุณจะตัดสินใจ พ่อค้าบางคนเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆและก็ร่ำรวยมหาศาลได้จากการ “เจรจาต่อรอง” ธุรกิจแนวๆนี้แหละครับ (คนพวกนี้พบหาได้รอบๆ ตัวนักการเมือง หลังๆ ก็กลายมาเป็นนักการเมืองเสียเอง) แต่มันก็ไม่เหมาะสำหรับทุกคน ผมให้คำแนะนำไปเยอะแล้ว ก็คิดกันดีๆ ก็แล้วกันครับ ไม่ว่าคุณจะเชื่อในกฎแห่งกรรมหรือไม่การที่คุณกระทำอะไรบางอย่างลงไปย่อมต้องมีผลลัพธ์ตามมาเสมอ

… He who fights with monsters should look to it that he himself does not become a monster. And when you gaze long into an abyss the abyss also gazes into you …

จบนิทานแล้วครับ… ขอให้โชคดีครับ

ป.ล. เผอิญผมพิมพ์ภาษาไทยไม่ค่อยถนัด สะกดคำยากๆไม่ค่อยถูก ต้อง Google เอา แถมต้องคอยนั่งจิ้มแป้นหาตัวอักษรอีก ไอ้ครั้นจะตอบเป็นภาษาอังกฤษก็กะไร ถ้าอ่านนิทานของผมแล้วงง (ผมอ่านเองอีกรอบยังงงๆ สำนวนตัวเองเลย ฮ่าๆ) เจอข้อผิดพลาดประการใด ผมก็ขอประทานโทษไว้นะที่นี้ด้วยแล้วกันนะครับ ^^ จากคุณ Been There, Done That

ความเห็นทีมงาน : ถ้าพูดถึงการแสดงความคิดเห็น ถือว่าตรงประเด็น ให้แง่คิดและเตือนสติ พร้อมๆ กันเลยทีเดียว และก็สามารถตอบได้กระจ่างในแง่ของนักวิ่งเต้น นายหน้าทั้งหลาย ได้ชัดเจนมาก เพราะทีมงานเองก็ทราบอยู่แล้วว่า มีกลุ่มบุคคลเหล่านี้อยู่ในตลาดธุรกิจการเงิน ซึ่งก็แนะนำว่าไม่ควรเสี่ยงกับกลุ่มคนเหล่านี้เป็นอันขาด เพราะไม่มีแบงค์ไหนกล้าเสี่ยงกับเราเช่นเดียวกัน เพราะได้ไม่คุ้มเสีย ครับ บางทีอาจเสียเงินฟรีๆ มานักต่อนักแล้วครับ ก็คือโดนหลอกนั้นเอง เพราะสินเชื่อสมัยนี้ส่วนใหญ่ตรงไปตรงมาครับ มีน้อยรายที่อยู่ในสายหัวเก่าและกล้าเสี่ยงตาย อยากรวยทางรัด เป็นต้น ไม่ดีเลยครับ ขอแนะนำว่าอย่าเสี่ยง

การรับเขียนแผนธุรกิจในปัจจุบัน มีทั้่งลักษณะที่เขียนแผนธุรกิจอย่างเดียวและกลุ่มรับเขียนแผนธุรกิจ พร้อมติดต่อขอสินเชื่อให้ แต่ที่น่ากลัวคือการรับประกันกู้เงินได้ ซึ่งต้องจ่ายเปอร์เซ็นต์ มีค่าดำเนินการอีก ทั้งก่อนและหลังกู้ ต้องระวังเพราะเสี่ยงโดนเสียเงินฟรี คำแนะนำที่ดีจากทีมงานคือ ควารศึกษาธุรกิจให้ดี วิเคราะห์ให้ละเอียดทั้งข้อดี ข้อเสีย การประเมินคู่แข่งขันในตลาดทั้งทางตรงและทางอ้อม ให้ชัดเจนว่าเราสู้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องประสบการณ์และเงินทุน และการทำแผนธุรกิจอย่าทำแผนธุรกิจที่เป็นการหลอกตัวเอง เพราะการหลอกตัวเองหมายถึงไม่ซื่อสัตย์กับตัวเอง และอย่าประเมินสินเืชื่อต่ำ เพราะการที่เจ้าหน้าทีสินเชื่อมาทำหน้าที่ในการพิจารณาสินเชื่อ ท่านเหล่านั้นถือว่ามีประสบกาณ์สูง เนื่องจากได้เห็นได้ศึกษาธุรกิจจากผู้กู้มาเป็นร้อยๆ แผนธุรกิจ เห็นมุมมองธุรกิจที่หลากหลาย การทำแผนธุรกิจที่ประเมินคุณสมบัติของสินเชื่อต่ำไปถือว่าสอบตกครับ เพราะสินเชื่อก็เปรียบเสมือนคุณครูที่ตรวจการบ้าน จึงให้เกียรติ์ ถือเป็นครูคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าสินเชื่อจะเก่งทุกคน ก็อาจจะมีบางท่านที่ประสบการณ์ยังน้อย ทำให้เจ้าของธุรกิจที่ต้องยื่นแผนธุรกิจให้สินเชื่อพิจารณา ถ้าเจอเข้าก็อาจจะงงๆ ปวดหัวกับบ้านนอนไม่หลับได้ เพราะถามคำถามที่ไม่เข้าเรื่อง เข้าใจเนื้อหาผิด ไม่เข้าใจธุรกิจ อธิบายแล้วทำความเข้าใจช้า หรือบาร์ๆๆๆๆๆๆ   อะไรก็ได้ที่สินเชื่อฟังเราไม่รู้เรื่อง เป็นต้น ต้องอธิบายรายละเอียด รวมถึงสอนวิธีคิดว่าท่านได้แต่ใดมาอะไรประมาณนั้น ถ้าทางจะจบยาก ทางแก้คือขอคุยกับผู้จัดการหรือซีเนียร์ เท่านั้น เป็นการชัวร์ที่สุด

ส่วนเรื่องที่ว่า อยากรู้ว่าที่ไหนรับเขียนแผนธุรกิจ ก็พิมพ์คำว่า “รับเขียนแผนธุรกิจ” ใน Google  “ส่วนเจ้าไหนโปรไม่โปรผมบอกไม่ได้ ตาดีได้ตาร้ายเสียครับงานนี้” จากความเห็นที่ 9 แหม! คำนี้ ฟังแล้วดูแล้วน่าคิด เพราะำคำว่าโปร หมายถึงมือโปร หรือมืออาชีพนั้นเอง แต่ทีมงานก็ไ่ม่ทราบได้ว่ามือโปร หรือมืออาชีพหรือเปล่า เพราะการที่ดูรู้หรือดูว่าเป็นมืออาชีพนั้น ต้องเกิดจากคำตอบของผู้ที่เคยใช้บริการเ่ท่านั้นถึงจะรู้ได้ครับ ไหนๆ ก็กล่าวถึงเรื่อง การรับเีขียนแผนธุรกิจ ซึ่งในปัจจุบัน การรับเขียนแผนธุรกิจมีหลายลักษณะ เช่น รับเขียนแผนธุรกิจนักศึกษา รับเขียนแผนธุรกิจเพื่อขอสินเชื่อ หรือรับเขียนแผนธุรกิจเื่พื่อเสนอต่อนายทุนหรือหุ้นส่วน รวมไปถึง เขียนแผนธุรกิจเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจ ส่วนราคาก็แตกต่างกันออกไป ซึ่งการพิจารณาราคา ก็อาจจะพิจารณาจาก ประเภทของธุรกิจ ขนาดธุรกิจ เล็ก กลาง ใหญ่ ข้อมูลตลาดและข้อมูลแวดล้อม เป็นอย่างไร ทุนประกอบการและการลงทุน รายละเอียดของสินค้าและบริการฯ ซึ่งทั้งหมดนี้มันเกี่ยวข้องกับรูปแบบของการเริ่มต้นเีขียนแผนธุรกิจทั้งหมด ว่ายากง่ายแตกต่างกันครับ ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ คือ แผนธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว กับ แผนธุรกิจอุตสาหกรรมพลังงาน เป็นต้น หวังว่าพอจะทำความเข้าใจได้แล้วใช่ไหมครับ

เรามาว่ากันที่ความเห็นต่อท้ายสุดกันเลยครับ ส่วนใหญ่จะให้คำขอบคุณ กับความเห็นของคุณ  Been There, Done That ซะส่วนใหญ่ รวมทั้งทีมงานด้วยเช่นกันคราบ

ส่วนความเห็นปิดท้ายของกระทู้นี้ที่น่าสนใจ ก็เริ่มที่ความเห็นที่ 17 ” ถ้ามีการ ตกลงกับเจ้าหน้าที่แล้วก็ให้เจ้าหน้าที่เขียนเลย ถ้าให้คนอื่นเขียนก็จะมีค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 1% ขึ้นกับวงเงินและความเป็นไปได้ (ความเห็นทีมงาน) ก็ไม่เสมอไปครับ แต่ถ้าให้เจ้าหน้าที่เขียนให้ มีข้อแม้ว่าห้ามยื่นกู้ในธนาคารที่เจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ครับ เท่าที่ทราบมา เพราะมันจะเข้าหลักการที่ว่า เขียนเอง ชงเอง ตบเอง งัยครับ

ส่วนความเห็นปิดท้ายและท้ายสุด ก็ขอยกให้กลับความเห็นนี้ครับ ฟังแล้วก็ทำให้นึกถึงคุณธรรมมากขึ้นจริงๆ คือ ความเห็นที่ 20 ”  ไม่ว่าคุณจะเชื่อใน กฎแห่งกรรม หรือไม่ การที่คุณกระทำอะไรบางอย่างลงไปย่อมต้องมีผลลัพธ์ตามมาเสมอ ”

“ประโยคนี้ใช้ได้ทุกเวลาทุกสถานการณ์”

แหละนี่คือความเห็นปิดท้าย จบแล้วนะครับ !

หวังว่าคงเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ที่ทีมงานฯ ได้คัดกรองคำพูดออกมา พร้อมเสนอข้อชี้แนะเพิ่มเติม เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้อ่านและศึกษาทำความเข้าใจกันว่าโลกธุรกิจทุกวันนี้ มี 2 ด้าน คือ ด้านดี และไม่ดี หากใช้สติให้มาก และพิจารณาถึงผลที่จะตามมา ก็จะทำให้เราเลือกทางเดินของชีวิตให้ไปในทางที่ถูกต้องได้มากเท่านั้น ขอความสำเร็จในธุรกิจ จงเกิดขึ้นกับทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้ และถ้าได้บอกต่อเรื่องราวอันเป็นประโยชน์นี้ จะเป็นการดีไม่น้อย

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก การตั้งกระทู้ของ Pantip.com

เขียนและเรียบเรียงโดยทีมงาน : SMEsplannet.com

 

 

 


 

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie