อยากเป็นเจ้าของธุรกิจที่ก้าวกระโดด

การบริหารธุรกิจแบบก้าวกระโดด

สำหรับท่านที่เป็นเจ้าของธุรกิจอยู่แล้ว การหยุดอยู่กับที่เพียงก้าวเดียวก็เท่ากับก้าวถอยหลังแล้ว เพราะการทำธุรกิจในทุกวันนี้ต่างก็แข่งขันกันแบบวิ่งร้อยเมตร วันนี้เราอาจจะมีตำแหน่งเป็นผู้นำในธุรกิจหรือในท้องถิ่น แต่วันพรุ่งนี้ก็อาจจะมีผู้ท้าชิงและอาจล้มแชมป์ได้ทุกเมื่อ หากเราไม่รู้เขา รู้เรา ตามตำราของซุนวู ค้าขายกี่ครั้งก็ต้องแพ้เขาทุกครั้ง เพราะคู่แข่งเขารู้เราและก็รู้ตัวเขาด้วย ทำอะไร ๆ จึงได้เปรียบอยู่เสมอ

ดังนั้น เราซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจจะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้แล้ว เราต้องทำการวิเคราะห์ตัวเองและคู่แข่งอย่างสม่ำเสมอ โดยการทำ SWOT ซึ่งได้แก่ S = จุดแข็ง W = จุดอ่อนของภายในธุรกิจของเรา และของคู่แข่งที่เราต้องหาให้ได้ ความหมายของจุดแข็งก็คือสิ่งที่เรามีแล้วทำให้ชนะคู่แข่งได้จึงต้องนำออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ส่วนจุดอ่อนหมายถึงสิ่งที่เรามีแล้วมักถูกคู่แข่งเอาจุดนั้นมาโจมตีเรา ซึ่งเราก็ต้องหาวิธีปิดจุดอ่อนนั้นให้ได้  สำหรับ O = โอกาส และ T = วิกฤต นั้น เป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้เหมือนอย่างจุดแข็งและจุดอ่อน ความหมายของโอกาส คือ สิ่งที่มีแล้วทำให้เป็นประโยชน์ทั้งธุรกิจเราและคู่แข่ง ในทางตรงข้าม วิกฤต หมายถึง สิ่งที่มีแล้วทำให้ธุรกิจทั้งของเราและคู่แข่งประสบกับปัญหา แต่นักธุรกิจที่ฉลาดก็มักจะเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งขัน สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการกับธุรกิจเท่านั้น ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องดำเนินควบคู่กันไปด้วย เพื่อไม่ให้ถอยหลังหรือถูกแซงได้ แต่การจะทำให้ธุรกิจก้าวกระโดดได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาจากธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด วันนี้จึงอยากจะนำเสนอ ตัวอย่างของธุรกิจต่าง ๆ ที่ผู้บริหารธุรกิจสามารถนำพาธุรกิจให้เติบโตแบบก้าวกระโดดภายใน 3 ปี

ตัวอย่างที่นำเสนอนี้เป็นธุรกิจขนส่งทางเรือ ซึ่งผู้บริหารของธุรกิจได้ให้แนวหลักบริหาร ดังนี้

              1.การทำธุรกิจต้องมีกำไร เพื่อสร้างสมดุลทางธุรกิจ เพราะธุรกิจคือธุรกิจ เมื่อคิดเปรียบเทียบต้นทุน ค่าใช้จ่ายแล้ว ทุกอย่างต้องมีกำไร คำนวณแล้วไม่เห็นกำไรที่ชัดเจนก็ไม่ควรทำ หรือธุรกิจไหนทำแล้วไม่คุ้มก็อาจต้องยอมขายออกไป แตกต่างกับสไตล์คนเอเชียที่ต้องรักษาธุรกิจเดิมไว้แม้ว่าจะขาดทุน

               2.มีการปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสิทธิภาพรองรับการขยายตัวในอนาคต ด้วยการนำระบบไอทีที่ทันสมัยมาเสริมในการลดขั้นในการปฏิบัติงานตามขั้นตอนต่าง ๆ หากสามารถลดขั้นตอนจากกว่า 10 ขั้นตอน ลงเหลือ 4-5 ขั้นตอนได้ จะทำให้เป้าหมายธุรกิจเติบโตขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีก 20-30 % โดยไม่ต้องเพิ่มกำลังคน

                3.มีความโปร่งใส การดำเนินธุรกิจแบบตรงไปตรงมา โดยนำเสนอข่าวเกี่ยวกับบริษัททั้งในแง่ดีและไม่ดีโดยไม่ปิดบัง ทำให้เมื่อมีการตรวจสอบบัญชี จึงไม่มีความเห็นในทางที่ไม่ดีเลย ตรงนี้ทำให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ และมีเสถียรภาพทางการเงิน พร้อมสำหรับการขยายธุรกิจต่อไป

               4.นักบริหารต้องลงมือทำเอง โดยต้องลงลึกเข้าไปดูในรายละเอียด แม้กระทั่งออกแบบผลิตภัณฑ์ เขียนรายงานประจำปี ดีลเพิ่มทุนกับธนาคารพาณิชย์ รวมถึงการหาพันธมิตร เพราะการตีโจทย์ธุรกิจนั้นไม่ยาก แต่ต้องยอมรับว่า อุตสาหกรรมของแต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน ซึ่งจะต้องเข้าวัฏจักรของธุรกิจด้วย

             5.รับฟังความคิดเห็นและไอเดียของลูกน้อง เป็นหน้าที่ของทีมที่จะนำเสนอผลงาน และพิสูจน์ให้เข้าใจว่า มีโอกาสทำกำไรได้ ผู้บริหารต้องไม่ยึดติดในความคิดของตนเอง บ่อยครั้งที่ต้องทำตัวเป็นคนโง่ไว้ก่อน จะได้รู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

             6.ปั้นดาวรุ่งเพื่อมารับผิดชอบธุรกิจต่าง ๆ หัวหน้าของบริษัทในเครือเมื่อบริหารงานได้ 4ปี จะต้องกระโดดไปทำงานกับอีกธุรกิจหนึ่งได้ เพื่อให้ธุรกิจขยายต่อไป จึงต้องสร้างคนให้พร้อม เพราะในการขยายธุรกิจ เงินและสินทรัพย์ไม่ใช่ข้อจำกัด หากอยู่ที่ความพร้อมของคนมากกว่า

             7.หากต้องการทำให้ได้ตามเป้า ต้องรุกไปในธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดให้ธุรกิจ เสริมรายได้ให้กับบริษัท จะเป็นส่วนช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ตามเป้า

ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด แต่ก็ไม่ควรมองข้ามที่จะต้องศึกษาธุรกิจที่ล้มเหลวด้วย ว่าทำไมหรือมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ธุรกิจหล่มสลาย แต่คิดว่าปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ธุรกิจก้าวต่อไป หรือสะดุดหยุดลง ก็คือเงินทุนในการขยายธุรกิจ ถึงแม้ธุรกิจของท่านอาจจะมีเงินทุนเพียงพออยู่แล้ว ถ้ามีเงินทุนเพิ่มขึ้นอีกจากการกู้ยืมเงินจากธนาคาร ก็จะเป็นโอกาสในการที่ทำให้ธุรกิจก้าวกระโดดได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสิทธิทางภาษีที่สามารถนำดอกเบี้ยจ่ายมาลดหย่อนได้ และสำหรับท่านเจ้าของธุรกิจที่กำลังเตรียมขยายธุรกิจและกำลังจะเสนอขอวงเงินสินเชื่อกับธนาคาร ขอให้เตรียมแผนธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งประกอบด้วย แผนกลยุทธ์ธุรกิจว่าเป็นอย่างไร,แผนการตลาด กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจ(โดยทำ SWOT ตัวเราและคู่แข่งด้วย), แผนการเงิน(Cash Flow ธุรกิจ), แผนงานด้านบุคลากรของธุรกิจ , และแผนการผลิต การจัดการในธุรกิจที่ทำอยู่ ซึ่งแผนธุรกิจเหล่านี้ต้องมีความเป็นไปได้ สามารถตอบคำถามได้ทุกคำถาม ถ้าได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากธนาคารซึ่งจัดเป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ธุรกิจแล้ว เท่ากับว่าโอกาสที่จะทำให้ธุรกิจของท่านเติบโตมีความเป็นไปได้ชัดเจนขึ้น ข้อสำคัญธุรกิจของท่านจะต้องไม่มีประวัติในเรื่องวินัยทางการเงิน ความซื่อสัตย์ การตรงต่อเวลา ปัจจุบันธนาคารมีบริการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนธุรกิจของท่านทั้งสินเชื่อแบบปกติและแบบแก้ไขปัญหาให้กับธุรกิจที่มีประวัติดีแต่อาจจะขาดประสบการณ์ หรือธุรกิจในปีแรก ๆ ไม่อยากจะมีภาระการผ่อนชำระที่สูงเกินไป หรือหลักประกันไม่พอ ไม่มีหลักประกัน ทุกอย่างแก้ไขได้  เรามีคำตอบที่ช่วยท่านได้ เพื่อสนับสนุนให้ท่านเป็น เจ้าของธุรกิจที่ก้าวกระโดด ให้เป็นจริงตามที่ท่านฝันไว้

โดย : สิทธิชัย แจ้งพลอย

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie