เริ่มต้นธุรกิจ อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

การ เริ่มต้นธุรกิจ ในปัจจุบันนักศึกษาที่จบใหม่ พนักงานที่ทำงานในบริษัทห้างร้านต่างๆ ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ และข้าราชการหรือบุคลากรภาครัฐจำนวนมากที่สนใจจะมีธุรกิจของตนเอง แต่หลายๆ คนก็กล้าๆ กลัวๆ เกรงว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ และทุนรอนที่สะสมมาขณะทำงานจะหมดไป แล้วจะเดือดร้อนทั้งตนเองและครอบครัว

ในแต่ละปีจะมีธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้นจำนวนมากทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกันก็มีธุรกิจจำนวนมากที่ต้องล้มเลิกกิจการไปด้วยเหตุผลต่างๆ ที่สำคัญคือขาดทุน แข่งขันกับคู่แข่งขันไม่ได้ หรือสู้คู่แข่งไม่ได้ ซึ่งยังไม่รวมสาเหตุอื่นๆ อีกนานัปการ เช่น การทุจริต การแตกคอกันของหุ้นส่วน เป็นต้น การต้องเลิกธุรกิจนอกจากทำให้ทุนที่สะสมมาหมดไป บางรายยังมีหนี้สินอีกจำนวนมาก ทั้งเงินกู้สถาบันการเงิน เจ้าหนี้การค้า เงินกู้นอกระบบ เป็นต้น และตามมาด้วยคดีฟ้องร้อง ต้องเสียทรัพย์สินที่ไปจำนองกับธนาคาร หรือบางรายอาจถูกเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลาย หมดทั้งทรัพย์สินและเชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมานาน

ดังนั้นการจะเริ่มต้นทำธุรกิจจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่คิดจะทำเมื่อไหร่ก็ลงมือทำได้ทันที จำเป็นต้องศึกษาให้รอบครอบและเตรียมความพร้อมก่อนลงมือ อย่ารีบร้อนจนเกินไป ยอมเสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายในการศึกษาธุรกิจที่จะลงทุนก่อนจะดีกว่า ไม่ต้องเสียใจภายหลัง เพื่อไม่ให้ลงทุนแล้วต้องขาดทุน หมดเนื้อหมดตัวและขาดความมั่นใจในการทำธุรกิจไปตลอดชีวิต นักลงทุนทุกคน เมื่อลงทุนแล้วก็ต้องการประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งสิ้น ผู้เขียนจึงขอแนะนำแนวทางสำหรับท่านที่จะเป็นนักลงทุนใหม่ในการลงทุนแล้วประสบความสำเร็จ ขอให้นักลงทุนทุกท่านตระหนักไว้เสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ แต่การศึกษาอย่างรอบคอบจะช่วยลดความเสี่ยง ลดความล้มเหลวในการลงทุน

การประเมินความพร้อมของผู้สนใจลงทุนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการทำธุรกิจ เมื่อเดินหน้าลงทุนไปแล้ว จะถอยหลังก็ลำบาก บางครั้งเดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ เพราะลงทุนไปแล้ว ก็ยิ่งสร้างความลำบากใจ หลายคนชอบความสบาย ไม่ต้องการความรับผิดชอบ ไม่ชอบบริหารคน ชอบทำงานคนเดียว ไม่ชอบเอาใจใคร พอมาทำธุรกิจเข้า ก็เกิดความอึดอัด เพราะไม่ใช่ตัวตนของตน ทำไปก็ไม่มีความสุข เป็นผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต และยังบั่นทอนไม่ให้ธุรกิจเติบโต เพราะใจไม่ชอบ จึงไม่ทุ่มเท ดังนั้น การประเมินความพร้อมของผู้สนใจลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญประการแรกๆ ที่จะต้องทำ

ผู้ประกอบการหรือผู้ลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจขนาดเล็กที่มีเงินทุนจำกัดในการจ้างมืออาชีพเข้ามาช่วยทำงาน ดังนั้น ผู้ที่สนใจลงทุนจึงต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการเป็นผู้ประกอบการ คุณสมบัติที่สำคัญ ได้แก่ มีสุขภาพดี เป็นผู้ที่มีความขยันขันแข็ง อดทนหนักเอาเบาสู้ กระตือรือร้นสูง มีความเชื่อมั่นในตนเองแต่ต้องไม่สูงจนเกินไป สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่หนีปัญหา มีความต้องการความสำเร็จสูง มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบคิดชอบทำสิ่งใหม่ๆ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เข้ากับคนได้ง่าย มีความซื่อสัตย์จริงใจ ไม่คิดแต่จะเอาเปรียบผู้อื่น หรือเห็นแก่ตัวจนเกินไป โดยไม่คิดถึงผู้อื่น มีความรู้ในธุรกิจที่ทำและมีความรู้ความสามารถด้านการบริหารจัดการ และมีเวลาที่จะทุ่มเทให้กับธุรกิจ เป็นต้น ผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติข้างต้นครบถ้วนก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ แต่คุณสมบัติข้างต้นจะช่วยเสริมการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น การเลือกประเภทธุรกิจที่จะลงทุนก็เป็นเรื่องสำคัญ บางคนที่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับธุรกิจที่จะลงทุนมาก่อนก็ง่ายขึ้น เช่น ผู้ที่เคยเป็นพนักงานในธุรกิจที่สนใจลงทุน เคยช่วยครอบครัวหรือญาติทำธุรกิจมาก่อน เมื่อถึงเวลาก็ออกมาทำธุรกิจของตนเอง บางส่วนมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว คุ้นเคยกับผู้จำหน่ายวัตถุดิบ รู้ขั้นตอนการผลิต ขั้นตอนการขาย ก็ไม่ต้องศึกษามาก เพราะมีประสบการณ์มาแล้ว แต่ก็อย่าประมาท เพราะขณะทำงานอาจรับผิดชอบบางส่วน หรือไม่รู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับปัญหาหรือโอกาสและอุปสรรคในการทำธุรกิจ บางครั้งก็เลยประมาท ทำให้ละเลยไม่ศึกษา ซึ่งก็พบจำนวนมาก ที่เมื่อตอนเป็นพนักงานทำธุรกิจเจริญเติบโต แต่พอมาทำเองกลับขาดทุน ก็เพราะมีหลายๆ เรื่องที่ยังไม่รู้ แต่สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนการจะหาธุรกิจที่จะทำก็เป็นเรื่องสำคัญและค่อนข้างยาก

การดูว่าจะทำธุรกิจอะไรต้องพิจารณาเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือ หาดูว่าธุรกิจอะไรน่าสนใจ ขั้นตอนต่อไปคือการศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุนในธุรกิจที่สนใจและได้ศึกษาเบื้องต้นมาแล้วว่ามีความเป็นไปได้ในการลงทุน การจะหาว่าธุรกิจใดน่าสนใจลงทุน ผู้สนใจลงทุนควรจะมีความคิดอยู่บ้างว่าสนใจธุรกิจประเภทใด อย่างน้อยก็บอกได้ว่าสนใจธุรกิจที่เป็นการผลิตสินค้า การขายสินค้าประเภทซื้อมาขายไป หรือประเภทบริการ ก็ทำให้การเลือกประเภทธุรกิจแคบลง แต่ถ้าไม่รู้เลยว่าสนใจทำธุรกิจด้านใด ก็คงต้องศึกษาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบธุรกิจที่สนใจ ผู้สนใจลงทุนไม่ควรมุ่งแต่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งจนเสียโอกาสในการศึกษาธุรกิจอื่นๆ ที่อาจจะเหมาะสมกับตนเองมากกว่า และหากเป็นไปได้ศึกษาหลายๆ ธุรกิจก่อน เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจเลือกประเภทธุรกิจที่เหมาะสมที่สุด สำหรับข้อมูลที่ควรศึกษาในธุรกิจที่สนใจ ได้แก่ ภาวะการแข่งขัน จำนวนผู้ประกอบการ จุดอ่อนและจุดแข็งของผู้ประกอบการในปัจจุบัน โอกาสและอุปสรรคของการทำธุรกิจ กระบวนการผลิต เทคโนโลยีการผลิต การจัดหาวัตถุดิบ แรงงาน ช่างเทคนิค การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี กฎหมายที่เกี่ยวข้องและเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ ขนาดเงินลงทุน ราคาขาย กำไรต่อหน่วย เป็นต้น

สำหรับแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการหาความรู้เกี่ยวกับธุรกิจที่สนใจลงทุนนั้นมีหลากหลาย ผู้สนใจลงทุนสามารถเลือกหาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งหรือหลายๆ แหล่งก็ได้ ยิ่งได้ข้อมูลยิ่งมาก ยิ่งละเอียดก็ยิ่งดี ตัวอย่างแหล่งข้อมูลที่สามารถหาได้ เช่น จากหนังสือที่ปัจจุบันมีพิมพ์ขายมากมาย อ่านหาความรู้ได้ไม่ยาก เข้าใจง่าย นอกจากนี้ยังมีการทำเป็น VCD ขาย รวมถึงสื่ออื่นๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร ทีวี วิทยุ เป็นต้น อีกแหล่งหนึ่งที่หาได้ง่ายและมีข้อมูลเป็นจำนวนมากก็คือ อินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถสืบค้นข้อมูลได้ง่าย และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายต่ำ และไม่ต้องเสียเวลามาก ท่านที่ไม่คุ้นเคยกับอินเตอร์เน็ต ก็คงต้องอาศัยบุตรหลานหรือเพื่อนช่วยสืบค้นหาให้ นอกจากนี้ก็ยังสามารถใช้บริการห้องสมุดของสถาบันการศึกษา หรือของหน่วยงานราชการซึ่งหลายแห่งมีข้อมูลดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องสมุดของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมซึ่งนอกจากจะมาหาอ่านได้ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมแล้วยังสามารถอ่านได้ทางอินเตอร์เน็ต เพราะปัจจุบันให้บริการ e-Library แล้ว นอกจากอ่านและฟังจากสื่อต่างๆ แล้ว ขอแนะนำให้ใช้บริการที่ปรึกษา เพราะจะให้คำปรึกษาแนะนำได้ดีกว่า สามารถสอบถามข้อสงสัยต่างๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ในธุรกิจที่สนใจลงทุน ก็จะช่วยประเมินความพร้อมในการลงทุนให้ด้วย แต่ต้องได้ที่ปรึกษาที่มีความรู้ความสามารถที่แท้จริง และกล้าที่จะพูดตรงไปตรงมา อย่างไม่เกรงใจ แต่วิธีการใช้บริการที่ปรึกษาจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหน่วยงานราชการได้มีการว่าจ้างที่ปรึกษามาให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายซึ่งผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

บางคนที่สนใจทำธุรกิจและไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน ไม่รู้จะศึกษาอะไรอย่างไร ก็ขอแนะนำว่าถ้ามีเวลาก็ขอควรเข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC) ก็จะทำให้ได้รับความรู้พื้นฐานในการทำธุรกิจ สนใจก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเช่นกัน การอบรมช่วยให้เราเห็นมุมมองต่างๆ ได้ดีขึ้น ช่วยให้เราสามารถประเมินตัวเราเองและประเมินธุรกิจที่สนใจลงทุนได้ ยอมเสียเวลาดีกว่าลงทุนแล้วผิดพลาดจะเสียทั้งเวลาเสียทั้งเงิน

เมื่อเลือกธุรกิจที่คิดว่าน่าสนใจและศึกษาเบื้องต้นแล้วเห็นว่ามีความเป็นไปได้ หลายๆ ท่านจะตัดสินใจลงทุนทันที ไม่ยอมเสียเวลาอีกต่อไป ซึ่งเมื่อลงทุนทำจริง เรื่องราวต่างๆ ที่ไม่รู้ ไม่คิดถึง ก็จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา ซึ่งก็สายไปเสียแล้ว จึงขอแนะนำว่าก่อนการลงทุนควรศึกษาความเป็นไปได้ของการลงทุน หรือที่เรียกกันว่า “Feasibility Study” ก่อน เพื่อศึกษาในด้านต่างๆ อย่างเป็นระบบและครอบคลุมทั้งด้านการตลาด การผลิตหรือการให้บริการ การบริหารจัดการ และประมาณการทางการเงินเพื่อดูความคุ้มค่าในการลงทุนหรือไม่ ผู้ลงทุนที่มีความพร้อมด้านเงินทุนก็อาจจะจ้างผู้เชี่ยวชาญทำการศึกษาก็ได้ ซึ่งต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย แต่ก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับเงินลงทุน ซึ่งปัจจุบัน โครงการลงทุนขนาดใหญ่ส่วนใหญ่จะทำการศึกษาการลงทุนก่อนการลงทุน แต่สำหรับขนาดกลางและขนาดเล็กก็ยังมักจะไม่ให้ความสำคัญ แต่ขอยืนยันว่าการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หากไม่มีงบประมาณจ้าง ก็ควรลองทำดู ซึ่งสามารถหาความรู้เกี่ยวกับวิธีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการลงทุนจากหนังสือต่างๆ ที่มีการแนะนำวิธีการศึกษาไว้ การศึกษาความเป็นไปได้จะช่วยให้มีข้อมูลเชิงลึกในการตัดสินใจ ทำให้การตัดสินใจลงทุนมีความผิดพลาดน้อยลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การลงทุนจะไม่มีความเสี่ยง หากศึกษาแล้วพบว่ามีความเป็นไปได้สูงก็ตาม

ในด้านเงินลงทุนก็เป็นหัวใจสำคัญ เพราะการทำธุรกิจต้องใช้เงินลงทุน จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและขนาดการลงทุน ดังนั้นก่อนการลงทุนจึงต้องทราบให้แน่ชัดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร เอาไปลงทุนอะไรบ้าง และมีแหล่งที่มาของเงินทุนจากแหล่งใด เช่น เงินทุนส่วนตัว เงินกู้สถาบันการเงิน เงินกู้นอกระบบ การประมาณการเงินลงทุนต้องครบถ้วน มิฉะนั้นเมื่อลงทุนไปแล้ว เกิดงบบานปลาย ไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาทำต่อให้สำเร็จ หรือบางรายลงทุนเสร็จ แต่ไม่สามารถผลิตได้ เพราะไม่ได้เผื่อเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งเปรียบเหมือนเลือดในตัวเรา หากไม่มีเลือดก็อยู่ไม่ได้ หรืออยู่ไปวันๆ โดยปกติหากมีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการลงทุนโดยละเอียด ก็มักจะมีรายละเอียดการลงทุน ในการหาแหล่งที่มาของเงินทุนก็เช่นกัน เนื่องจากเป็นธุรกิจใหม่ ไม่เคยทำมาก่อน จึงไม่ควรกู้มาก เพราะการกู้เงินนอกจากมีภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงแล้ว ก็ยังต้องผ่อนชำระคืนเงินต้น หากผ่อนไม่ได้ก็จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี เริ่มต้นธุรกิจ จึงควรกู้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น และที่สำคัญควรมีเงินทุนส่วนตัวสำรองไว้บ้างเผื่อเหลือเผื่อขาด เพราะการลงทุนมักจะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอ หากเอาทุกบาททุกสตางค์มาลงทุนทั้งหมด ถ้าเกิดข้อผิดพลาดก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ เว้นแต่ยังพอหยิบยืมจากพ่อแม่หรือญาติพี่น้องหรือมีทรัพย์สินพอขายเป็นเงินมาจุนเจือธุรกิจไปก่อน

มีอีกเรื่องหนึ่งที่จะฝากไว้สำหรับผู้สนใจลงทุน คือ การทำแผนธุรกิจ เมื่อศึกษาโครงการและตัดสินใจลงทุนแล้ว ขั้นต่อไปก็ต้องเขียนแผนธุรกิจ ซึ่งการเขียนแผนธุรกิจมีหลายวัตถุประสงค์ เช่น เพื่อเสนอขอกู้เงินจากธนาคาร เพื่อเสนอต่อนักลงทุนเพื่อชักชวนให้มาลงทุน หรือการใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ ขอให้ผู้สนใจลงทุนทุกท่านศึกษาทำความเข้าในเกี่ยวกับแผนธุรกิจให้ดี ซึ่งปัจจุบันมีหนังสือจำนวนมากที่แนะนำเกี่ยวกับการเขียนแผนธุรกิจ หรือหาจากทางอินเตอร์เน็ตก็ได้ หาไม่ยาก เป็นเรื่องจำเป็น จะทำให้เรามีทิศทางการทำธุรกิจที่ชัดเจน สามารถจัดสรรเงินทุน จัดสรรคนได้อย่างเหมาะสม และมีเกณฑ์สำหรับประเมินการดำเนินการได้

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอย่ารีบร้อน ศึกษาให้รอบคอบ ปรึกษาผู้รู้ ก่อนการตัดสินใจลงทุน ก็จะช่วยให้การลงทุนประสบความสำเร็จสูงขึ้น

 

บทความโดย : ณัฐพล ลีลาวัฒนานันท์
ภาพประกอบจาก  cafegabriel.wordpress.com
อ้างอิง :  boc.dip.go.th

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

One Response to “เริ่มต้นธุรกิจ อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ”

  1. โบ พูดว่า:

    เป็นช่างผมทำงานอยู่อังกฤษ ณ ปัจจุบัน เรียนจบทั้งจากไทยและอังกฤษ ทำงานอยู่อังกฤษมา 8 ปี อยากกลับ
    ไปเปิดร้านทำผมที่เมืองไทย กลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือชาวยุโรปที่ทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศไทย เช่น
    สถานกงศุลต่างๆ ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน มีที่ดินแต่เป็นเขต สปก มีหลักฐานเงินเดือนและสเตทเม้นที่
    อังกฤษ มีบัญชีธนาคารที่เมืองไทยแต่เงินหมุนเวียนไม่ค่อยมี

    ไม่ทราบว่าดิฉันพอจะมีทางกู้ได้หรือไม่หรือต้องทำอย่างไรบ้าง ในการขอกู้ รบกวนด้วยคะ

    ด้วยความนับถือ

    โบ

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie