10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง ปี 2559 และเช็คความพร้อม SME เข้าสู่ตลาด AEC

 

จากการทำการสำรวจ 10 ธุรกิจ น่าสนใจ ดาวรุ่งและ 10 ธุรกิจ ดาวร่วง พบว่า  ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ , บูติคโฮเทล และสายการบินต้นทุนต่ำ คือ ธุรกิจดาวรุ่ง แต่สำหรับธุรกิจ รถทัวร์-รถไฟ , ร้านกาแฟสด รวมทั้ง ร้านบุฟเฟ่ต์ อย่างหมูกะทะ คือ ธุรกิจดาวร่วง ส่วนภาพรวมของธุรกิจ SMEs มองว่ายังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่ AEC 

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นทิศทางเศรษฐกิจ และการคาดการณ์ผลประกอบการปี2559 โดยเก็บข้อมูลจากผู้ประกอบการ SME กว่า 580 รายทั่วประเทศ พบว่า กลุ่มผู้ประกอบการที่มองแนวโน้มดีขึ้น คาดการณ์ว่ายอดขายโดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 16.3% ซึ่งกลุ่มนี้สามารถปรับตัวได้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มที่ระบุว่าแนวโน้มจะแย่ลงนั้น มองว่ายอดขายเฉลี่ยจะลดลง 10.8%

โดยในปี 2558 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการ 63.2% ระบุว่า ผลประกอบการต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 14.4% ดีกว่าที่คาดหวังไว้ โดยขณะที่ 22.4% มองว่าผลประกอบการจะใกล้เคียงที่คาดการณ์

ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในปี 2559 พบว่า 34.6% ระบุว่าดีขึ้น 52.5% ใกล้เคียงกับปี 2558 และ อีก12.9% แย่ลง โดย 1 ใน 3 ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเริ่มปรับตัวรับสภาพเศรษฐกิจได้แล้ว และเชื่อว่าปีหน้าผลประกอบการของตัวเองจะดีขึ้น หรืออย่างน้อยสามารถประคองตัวให้ใกล้เคียงกับปีนี้ได้

สำหรับ 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่ง ประจำปี 2559 จะเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบายและดีต่อสุขภาพ โดยจะเน้นที่ไปที่ความคุ้มค่าในสินค้าหรือบริการ และเป็นมิตรกับต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนตลาดออนไลน์ถือเป็นช่องทางตลาดที่โดดเด่นในปี 2559 เนื่องจากการเปิดใช้เทคโนโลยี 4G จึงทำให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสะดวกและเร็วยิ่งขึ้น แต่ในทางกลับกันก็จะส่งผลถึงการแข่งขันในตลาดออนไลน์สูงขึ้นเช่นกัน มาดูกันว่าธุรกิจดาวรุ่ง ประกอบไปด้วยธุรกิจไหนที่น่าสนใจกันบ้าง

1. อาหารเพื่อสุขภาพ

2. บูติกโฮเต็ล, โฮมสเตย์, โรงแรมราคาประหยัด

3. สายการบินต้นทุนต่ำ

4. ร้านขายอุปกรณ์กีฬาออนไลน์

5. การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

6. การสอนภาษาอังกฤษ

7. จักรยานและอุปกรณ์

8. การดูแลสุขภาพ

9. แอปพลิเคชันบนมือถือ และ

10. การขนส่งระยะสั้น / BTS / MRT

ส่วนธุรกิจดาวร่วง นั้นจากการประเมินธุรกิจแล้วส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากการที่ธุรกิจได้เกิดขึ้นมากแล้วและไม่ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มองว่าตลาดใกล้เต็ม หรือ มีผู้ประกอบเกิดขึ้นมากแล้ว จับกลุ่มลูกค้าระดับกลางทั่วไป ทำให้ความน่าสนใจลดลง ไม่มีแรงจูงใจ เท่าที่ควร มาดูกันว่าธุรกิจดาวร่วง มีธุรกิจอะไรบ้าง

1. รถทัวร์/รถไฟ

2. ร้านกาแฟสด

3. ร้านบุฟเฟต์ราคาถูก (เช่น หมูกระทะ)

4. ร้านอินเทอร์เน็ต

5. เสื้อผ้าแฟชั่นราคาถูก

6. ร้านโชวห่วย

7. อาหารทะเลแปรรูป

8. สายการบินทั่วไป

9. ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ และ

10. ร้านขายโทรศัพท์มือถือมือสอง

สำหรับธุรกิจดาวร่วงนั้น ควรที่จะทำตลาดโดยเน้นไปที่ตลาดเฉพาะกลุ่มแบบเจาะจง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงแนวทางการทำธุรกิจที่ชัดเจน เช่น การมุ่งเน้นไปที่ตลาดบน (ตลาดไฮเอนด์) หรือจับกลุ่มตลาดล่าง โดยเน้นไปที่สินค้าหรือบริการราคาถูก ซึ่งน่าจะทำให้ได้รับความนิยมมากกว่า

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการที่มองแนวโน้มดีขึ้น คาดการณ์ว่ายอดขายโดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 16.3% ซึ่งกลุ่มนี้สามารถปรับตัวได้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มที่ระบุว่าแนวโน้มจะแย่ลงนั้น มองว่ายอดขายเฉลี่ยจะลดลง10.8%

สำหรับปี 2558 ผู้ประกอบการ 63.2% ระบุว่า ผลประกอบการต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 14.4% ดีกว่าที่คาดหวังไว้ ขณะที่ 22.4% มองว่าผลประกอบการจะใกล้เคียงที่คาดการณ์ นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้ช่วยรองอธิการบดีสายงานวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า ผู้ประกอบการ คาดว่า แนวโน้มผลประกอบการในปี2559 34.6% ระบุว่าดีขึ้น 52.5% ใกล้เคียงกับปี 2558 และ อีก 12.9% แย่ลง โดย 1 ใน 3 ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) เริ่มปรับตัวรับสภาพเศรษฐกิจได้แล้ว และเชื่อว่าปีหน้าผลประกอบการของตัวเองจะดีขึ้น หรืออย่างน้อยสามารถประคองตัวให้ใกล้เคียงกับปีนี้ได้

ในภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2559 คาดว่าจะมีอัตราเติบโต GDP อยู่ที่ 3.14% ส่วน GDP SME ปี 2559 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.84% โดยการเติบโตของ GDP SME ยังต่ำกว่า GDP ประเทศ เหตุผลเพราะการฟื้นตัวของผู้ประกอบการระดับกลางและเล็กมักจะช้ากว่ารายใหญ่ ทำให้จะเห็นการฟื้นตัวจริงๆ ของ เอสเอ็มอี (SMEs) ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2559 หรือไปถึงไตรมาส 1 ปี 2560 เป็นต้นไป

ในด้านปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดสำหรับ เอสเอ็มอี (SMEs) ในปี 2559 คือ การขาดแรงงานฝีมือรุนแรงกว่าประเทศเพื่อนบ้านถึง 3 เท่า นักศึกษาจบใหม่ที่ออกมาจากภาคการศึกษาไม่ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน เห็นได้จากภาษาอังกฤษที่ประเทศไทยด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านมากไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย หรือฟิลิปปินส์

ส่วนความพร้อมของเอสเอ็มอีไทย (SMEs Thai) ในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2559พบว่ามีผู้ประกอบการเพียง 11.4% เท่านั้น ที่ระบุว่าพร้อมที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผู้ที่ยังไม่พร้อมคิดเป็น 75.2% และอีก 13.4% ไม่สนใจจะเตรียมความพร้อม โดยคาดว่า ต้องใช้เวลาในการปรับตัว 2 ถึง 3 ปี เนื่องจาก การขาดความรู้เกี่ยวกับโอกาสทางการตลาดของอาเซียน ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่า

1. ธุรกิจด้านการท่องเที่ยว

2. ธุรกิจสินค้าของฝาก

3. ของที่ระลึกขยายตัวตาม  

4. ธุรกิจก่อสร้าง

5. ธุรกิจไอที (4G)

6. ธุรกิจความงามและสุขภาพสปา

1. การเกษตร

2. ธุรกิจแปรรูปสินค้าการเกษตร จากราคาตกต่ำ และปัญหาภัยแล้ง ,

3. ธุรกิจอัญมณี

4. อิเล็กทรอนิกส์

โดยเน้นไปที่เทรนด์ธุรกิจความงามและสุขภาพสปา คือเทรนด์ธุรกิจที่ยังคงร้อนแรงต่อเนื่องจากนี้ไปอีก 5 ปี และแนวโน้มธุรกิจโลจิสติกส์กำลังจะเป็นดาวรุ่ง

 

โดย : BisnesCafe.com | คาเฟ่ของคนรักธุรกิจ

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie