18 คุณสมบัติของธุรกิจที่จะเป็น แฟรนไชส์ ได้

checklist franchise

checklist franchise

เช็คลิส แฟรนไชส์

เช็คลิสอย่างละเอียด เพื่อประเมินความเป็นไปได้ ก่อนที่คุณจะเข้าสู่ขั้นตอนในการสร้างระบบแฟรนไชส์ ขอให้คุณได้ทำทวบคุณสมบัติของการเป็นแฟรนไชส์โดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อทดสอบให้แน่ใจอย่างที่สุดว่า ธุรกิจของคุณมีความเป็นไปได้ และถ้าหากคุณขาดคุณสมบัติข้อใดไป ก็ขอให้คุณปรับปรุงแก้ไข เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่ง สำหรับ แฟรนไชส์ ที่สดใสของคุณในอนาคต

คุณจงอย่าดื้อรั้น คิดว่าขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่เป็นไร เพราะไม่มีใคร เพอร์เฟคที่จะทำได้ทุกข้อ หรือคิดว่ากว่าจะทำให้มีคุณสมบัติครบถ้วนคงต่องใช้เวลานานเกินไป ไม่ทันเกมส์การแข่งขัน และโอกาสดีๆ จะหลุดลอย ขอให้คุณลองไตร่ตรองถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการเสียเวลาที่ต้องกลับมาแก้ไขภายหลัง รวมทั้งการสูญเสียภาพพจน์ และชื่อเสียงจาก แฟรนไชส์ ที่ผิดหวัง บอกต่อๆกันไปจนกระทั่งบานปลายจนเป็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ คุณต้องยอมรับความจริงว่า แฟรนไชส์ ในไทยขาดความยั่งยืน เพราะปราศจากรากฐานที่แข็งแกร่ง แต่ถ้าในกรณีที่คุณใจร้อน รอไม่ได้จริงๆ ก็ขอให้คุณตั้งมั่นแก้ไขในจุดที่คุณยังอ่อนอยู่ และมีระยะเวลาที่ชัดเจนว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ เช็คลิสท์ 16 ข้อ นี้จะช่วยให้คุณได้ทบทวนตัวเองอย่างรอบคอบ และเป็นหนทางที่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จ

1. คุณเป็นผู้ชำนาญ เชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นยาวนานกว่า 5 ปี จนกระทั่งมีความรอบรู้ในปัญหาจากการดำเนินธุรกิจมากพอ ที่จะให้การปรึกษาแก่แฟรนไชซี่ได้เป็นอย่างดี
ความช่ำชองในธุรกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดที่ต้องมีแฟรนไชส์ หลายรายที่มีอายุธุรกิจเพียง 1-2 ปี ก็เปิดขายแฟรนไชส์แล้วคุณคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ? พวกเขาผ่านปัญหาในการดำเนินธุรกิจมาหลายรูปแบบ ? แล้วหรือยัง พวกเขาจะบอกวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้องและได้ผลกับแฟรนไชซี่ได้หรือไม่ ?
มีแฟรนไชส์ที่มาจากต่างประเทศหลายรายที่ซื้อแฟรนไชส์มาและมั่นใจมาก ว่าระบบธุรกิจของผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศหลายรายที่ซื้อแฟรนไชส์มาและมั่นใจมาก ว่าระบบธุรกิจของผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศที่ทำมาแล้วนานนับสิบๆปี จะทำให้ประสบความสำเร็จในไทย เขาจึงทำตัวเองเป็นเพียงเซ็นเตอร์ในการติดต่อโดยไม่มีร้านของตัวเองที่เปิดขึ้นในไทยเลย หรือมีก็เพียง 1 แห่ง แน่นอนเขาขาดประสบการณ์รายละเอียดในการดำเนินงานและความรู้เรื่องตลาดและพฤติกรรมในประเทศไทย แต่ในทางตรงกันข้ามบริษัทยักษ์ใหญ่ แม้แต่ 7-อีเลฟเว่น หรือ แฟมิลี่มาร์ทเอง กว่าที่เขาจะขายแฟรนไชส์ เขาเปิดร้านสาขาของเขาเองนำร่องไปก่อนหลายสิบแห่งทีเดียว ยิ่งคุณมีอายุในวงการธุรกิจมากเท่าไหร่ ความเป็นไปได้ที่จะก้าวสู่ความสำเร็จของคุณก็สูงขึ้นมากเท่านั้น

 2. ธุรกิจของคุณเปิดดำเนินการมาแล้ว มากกว่า 4-5 แห่ง
ซึ่งถ้าคุณมีร้านที่เปิดขึ้นมาแล้ว คุณจะมีตัวเลขประมาณรายได้ ค่าใช้จ่าย และผลกำไร ที่คุณจะแสดงต่อแฟรนไชซี่ของคุณให้มั่นใจในแผนการดำเนินการบริหารร้านที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ แต่ถ้าคุณมีร้านที่เปิดขึ้นน้อยเกินไป ข้อมูลความรู้ในการดำเนินธุรกิจของคุณก็มีน้อยเกินไปด้วย คุณคิดว่าจะดีกว่าหรือไม่ ที่ร้านของคุณมีเปิดขึ้นมาแล้วสัก 4-5 แห่ง เพื่อทำให้คุณมีความแม่นยำ ในระบบการจัดการธุรกิจ โดยมีข้อมูลที่ชี้เป็นตัวเลข ที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ไม่มีใคร จะสามารถมาโต้แย้ง ตัวเลขที่เกิดจากข้อเท็จจริงนี้ได้ แม้แต่ตัวคุณเอง ก็จะเป็นทางการเงินและการจัดการได้อย่างอัตโนมัติ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ก่อนจะประกาศขายแฟรนไชส์ออกไปนั้น หมายถึงว่า คุณมีร้านต้นแบบที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว

3. ร้านของคุณที่เปิดขึ้นนั้น อยู่ในพื้นที่ที่แตกต่างกัน
แม้คุณอาจจะมีร้าน 4-5 แห่ง ที่เปิดขึ้นมาแล้วแต่ถ้ามันอยู่เฉพาะในเขตนั้นที่ใกล้เคียงกัน มันก็จะยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ความเป็นไปได้ ของรูปแบบธุรกิจคุณ
สมมติว่า คุณมีร้านอาหารสไตล์ยุโรป คุณคิดว่าในเขตพื้นที่อื่น จะมีพฤติกรรมยอมรับรสชาติของอาหาร และราคาในรูปแบบเดียวกันหรือไม่?
แต่ถ้าร้านคุณเปิดในพื้นที่แตกต่างกันแล้วละก็ คุณก็จะรู้ได้ทันทีว่ามีปัญหาที่แตกต่างกันมากมาย ซึ่งจะช่วยให้คุณมีทักษะในการหามาตรการบริหาร้านที่อยู่ในกลุ่มของชุมชนที่ไม่เหมือนกัน
และสิ่งสำคัญที่สุด คือเรื่องการยอมรับของตลาด ขนาดของตลาด การมีร้านในเขตที่แตกต่างจะทำให้คุณมีรายงานทางการตลาดที่ดีกว่า ที่ทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้าและบริการของคุณเป็นที่ยอมรับในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันหรือไม่

4. ร้านที่คุณเปิดขึ้นนั้น พิสูจน์แล้วว่าทำกำไรได้?
ตัวเลขบรรทัดสุดท้าย ก็คือ ตัวเลขที่แสดงผลกำไรที่เป็นจุดที่ต้องโฟกัสเป็นอันดับแรก ถ้าผลของการคำนวณร้านของคุณไม่สามารถทำกำไรได้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะนำระบบที่ไม่ประสบความสำเร็จนี้ไปขายให้คนอื่นนั้นถ้าธุรกิจของคุณยังไม่ทำกำไร คุณอย่าฝ่าฝืนหลักการสำคัญในข้อนี้เป็นอันขาด เพราะธุรกิจของคุณไม่มีความเป็นไปได้ที่จะระบบแฟรนไชส์

5. สินค้าและบริการของคุณมีตรา หรือชื่อ เป็นที่รู้จักในตลาดแล้ว
ถ้าใช่ มีความเป็นไปได้ที่คุณจะประสบความ สำเร็จในการทำระบบแฟรนไชส์ แต่ถ้าคุณยอมรับว่าสินค้า และบริการของคุณยังไม่เป็นที่รู้จักในตลาด หรือยังไม่เป็นที่รู้จักในวงการ คุณก็จะต้องแก้ไขหากลยุทธ์ แก้ความบกพร่องในเรื่องนี้ เพื่อเสริมสร้างความเป็นไปได้ในการสร้างระบบแฟรนไชส์ที่ได้ผล
มันไม่ยุติธรรมเลย ถ้าคุณไม่เคยลงทุนโปรโมทแบรนด์ของคุณมาก่อนหรือทำน้อยไป แต่คุณต้องเรียกเก็บค่าแฟรนไชส์ฟี จากผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ของคุณ ถึงแม้ว่าคุณสามารถขายแฟรนไชส์ได้เงินมา แต่แบรนด์ไม่เป็นที่รู้จักก็ไม่สามารถจูงใจคนเข้ามาซื้อสินค้าได้ทันที
ในทางตรงกันข้าม ถ้าแบรนด์ของคุณเป็นที่ยอมรับในตลาดแล้ว และถ้าร้านของคุณเปิดขึ้นมาเมื่อไหร่ในที่ใดก็ตาม คนจะรู้จักและเชื่อในคุณภาพสินค้าและบริการของคุณทันที คุณมีสิทธิแล้วที่จะได้รับเงินค่าประชาสัมพันธ์มาเป็นระยะเวลาหลายปี ด้วยเงินมหาศาล คุณอย่าลังเลในที่จะเรียกเก็บเงินจากผลประโยชน์ข้อนี้ ซึ่งแฟรนไชซี่ส่วนใหญ่ยินดีจะจ่ายเพื่อใช้มัน และนี่เป็นความเป็นไปได้เบื้องต้นที่คุณจะได้รับจากการมีชื่อเสียงที่ติดตลาดของคุณ

6. คุณมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำตลาด
     หรือสินค้าและบริการของคุณมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำตลาด หรือครองตลาดในวงการอันดับต้นๆ
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะขยายธุรกิจด้วยระบบแฟรนไชส์แล้ว คุณย่อมรู้ว่ามันมีโอกาสที่จะขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว อย่างแฟรนไชส์เบเกอรี่แห่งหนึ่ง ถูกเย้ายวนให้เปิดขายแฟรนไชส์ โดยมีผู้อื่นมาขอซื้อแฟรนไชส์กันมาจนอดใจไม่ไหว เขาตัดสินใจขายแฟรนไชส์โดยที่ตัวเองนั้นไม่เคยมีความคิดมาก่อนว่า จะทำธุรกิจให้ใหญ่โต จนกระทั่งเขาขายแฟรนไชส์ได้ถึง 8 รายในเวลาอันสั้น อย่างคาดไม่ถึง แต่เมื่อดำเนินธุรกิจไปได้ไม่นานก็ต้องหยุดชะงัก และทะยอยซื้อกลับคืน เพราะร้านที่เปิดขึ้นรายได้ไม่ค่อยดีนัก เขากล่าวว่า “ผมเอง นอกจากจะไม่ความรู้เรื่องการตลาดแล้ว ยังไม่ให้ความสนใจกับมันอีก และนี่คือข้อผิดพลาดของผม เพราะมันผิดเป้าที่ตั้งไว้ ตั้งแต่แรก ที่ผมตั้งใจแค่ทำร้านเบเกอรี่นี้เป็นเพียงแค่งานอดิเรก”
คุณทราบไหมว่าหลักการในการแนะนำแฟรนไชซี่ในการเลือกซื้อแฟรนไชส์ที่ดีนั้นก็คือ จงเลือกซื้อ แฟรนไชส์ที่บริษัทแม่มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำตลาด ซึ่งจะทำให้จุดมุ่งหมายของบริษัทแม่มุ่งไปสู่การทำยอดขายที่กินแชร์สูงสุดในตลาด มากกว่าการมุ่งขายสินค้าให้กับแฟรนไชซี่ ที่จะมีผลทำให้ร้านของแฟรนไชซี่ได้รับผลประโยชน์จากการตั้งเป้าข้อนี้
คุณลองทบทวนดูว่า คุณตั้งใจจะเป็นผู้นำหรือไม่ และคุณกำลังจะก้าวขึ้นสู่ในการเป็นผู้นำตลาดหรือไม่ ถ้าใช่ละก็ คุณคือผู้ที่กำลังเข้าใกล้ความสำเร็จแค่เอื้อม ยิ่งถ้าคุณคือผู้ครองตลาดในวงการอยู่แล้วนั่นคือ คุณสมบัติของผู้ที่จะทำแฟรนไชส์ที่จะประสบความสำเร็จ

7. สินค้าและบริการของคุณมีตลาดกว้าง
เคยมีผู้ถามว่าธุรกิจเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อทำแฟรนไชส์ได้หรือไม่นี่คือตัวอย่างของธุรกิจที่เป็นไปไม่ได้ในการทำระบบแฟรนไชส์ เนื่องจากมีความต้องการของตลาดอย่างจำกัด ไม่เหมาะในการขยายตัวด้วยวิธีแฟรนไชส์
สินค้าและบริการที่คุณจะนำมาสร้างระบบแฟรนไชส์จะต้องมีตลาดใหญ่พอสมควร จึงจะเป็นไปได้ที่จะทำระบบแฟรนไชส์ แต่ถ้าคุณคิดดูแล้วว่า ธุรกิจของคุณมีกลุ่มผู้ซื้อผู้ใช้ค่อนข้างจำกัด คุณหาวิธีอื่นเพื่อขยายธุรกิจจะเหมาะสมกว่า

8. สินค้าและบริการของคุณมีจุดเด่นที่แตกต่างเหนือคู่แข่งขันหรือไม่?
ร้านข้าวแกง ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นแฟรนไชส์ได้หรือไม่ ? ถ้ามีจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้อื่น แต่ถ้าคุณยังธรรมดาไม่มีคอนเซ็ปท์เด่นชัดก็เป็นไปได้ที่ใครจะมาซื้อแฟรนไชส์ของคุณ ความแตกต่างอาจเป็นที่ตัวอาหาร รูปแบบการให้บริการ การบรรจุหีบห่อ สไตล์การตกแต่งร้าน หรืออะไรที่ผู้คนกล่าวขวัญถึง
เช่น สมมติร้านคุณเป็นร้านข้าวมันไก่ที่ขายดีกว่า 10 ร้านที่อยู่ติดๆกัน นั่นแสดงว่าคุณต้องมีดีที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน คุณจงค้นหามัน อะไรคือจุดที่คุณเก่งกว่า เหนือกว่าคู่แข่งขัน ที่ไม่มีใครมาเทียบได้แล้วหลังทำการโปรโมทอย่างจริงจัง

9. สินค้าและบริการของคุณมีวงจรชีวิตสั้นเกินไปหรือไม่?
ตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ เครื่องเล่น ทามาก็อตจิ เป็นธุรกิจที่เป็นแฟชั่น ที่มีวงจรยอดฮิต เพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ถ้าธุรกิจของคุณมีคุณลักษณะเช่นนี้คุณจะไม่ประสบความสำเร็จในการทำระบบแฟรนไชส์ เพราะธุรกิจในระบบแฟรนไชส์เป็นธุรกิจที่ทำกันมาระยะยาวนานา สืบทอดถ่ายโอนไป สู่ลูกหลาน ดังนั้นกิจการเพียงช่วงสั้นจะไม่เหมาะสมที่จะนำมาทำระบบแฟรนไชส์

10. ธุรกิจของคุณสามารถถ่ายทอดสอนผู้อื่นได้หรือไม่ ?
ถ้าธุรกิจของคุณเรียนรู้ได้ยากเกินไป มีขบวนการที่ซับซ้อนเกินไปมีคนเก่ง เช่นคุณเท่านั้นจึงจะทำได้ ถ้าลักษณะสินค้าและบริการของคุณเป็นเช่นนี้ ก็ไม่ควรที่จะนำมาทำระบบแฟรนไชส์ เพราะคุณต้องใช้เวลานานในการสอนกัน และยังต้องการความสามารถเฉพาะบุคคลอีก อย่างนี้ก็ยากในการสร้างระบบแฟรนไชส์ เพราะธุรกิจแฟรนไชส์นั้นจะต้องถ่ายทอดสู่ผู้อื่นได้ โดยใช้เวลาการอบรมไม่นานนัก และมันยากถ้าคุณต้องประกาศหาบุคคลที่มีความสามารถเฉพาะที่มีอย่างจำกัด ความเป็นไปได้ในธุรกิจคุณก็น้อยลงไปด้วย

11. ธุรกิจของคุณต้องใช้พรสวรรค์ใช่หรือไม่?
งานศิลปะที่ต้องอาศัยพรสวรรค์เฉพาะบุคคลเป็นลักษณะธุรกิจที่ไม่เหมาะที่จะทำแฟรนไชส์ เช่น การวาดรูป
ถ้าคุณพิจารณาดูแล้วว่า ธุรกิจของคุณจำเป็นต้องอาศัยพรสวรรค์พิเศษเฉพาะบุคคล คุณก็ตัดสินใจได้ว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะทำแฟรนไชส์ หรือในบางกรณี กลุ่มของธุรกิจประเภทนี้อาจจะต้องใช้คนกลุ่มอาชีพเดียวกัน อย่างแฟรนไชส์การออกแบบและตกแต่ง ก็จะกำหนดคุณสมบัติของคนที่จบสถาปนิก หรืออาชีพแพทย์เฉพาะทาง ก็จะกำหนดคุณสมบัติของคนที่จบสถาปนิก หรืออาชีพคลินิกแพทย์เฉพาะทางก็จะกำหนดคุณสมบัติของอาชีพแพทย์ วิธีนี้ก็จะเป็นทางออกที่เป็นไปได้
แต่ปัญหามีอยู่ว่า คุณจะควบคุมมาตรฐานของงานศิลป์ให้เป็นรูปแบบเดียวกันได้อย่างไร

12. ธุรกิจของคุณนั้นลอกเลียนแบบได้ยาก
มีแฟรนไชส์ขายอาหารเช้า ที่เปิดตัวขึ้นมาอย่างฮือฮา แต่ก็ต้องทยอยปิดตัวกันไป เพราะตัวสินค้าขาดคุณสมบัติข้อนี้ คือเป็นธุรกิจที่ลอกเลียนแบบได้ง่ายเกินไป การขายอาหารเช้ามีลักษณะที่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายทำให้ผู้ลงทุนไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อแฟรนไชส์สามารถฝึกและทดลองด้วยตัวเอง หรือใช้ผู้รู้แนะนำ หรือเรียนระยะสั้นๆ มาก็ทำได้แล้ว

13. สินค้าและบริการของคุณมีการซื้อซ้ำหรือไม่?
มีธุรกิจหนึ่งเป็นอาหารเสริมนำมาทำระบบแฟรนไชส์ ซึ่งช่วงแรกที่แฟรนไชซี่ซื้อไปทำได้ดีมาก เพราะเป็นธุรกิจที่ลงทุนต่ำ ขายเพียง 4-5 ชุดก็คืนทุนได้แล้วในเวลาเพียง 2-3 อาทิตย์เท่านั้น ที่ขายหลังจากนั้นก็คือกำไร ดูเสมือนว่าธุรกิจนี้น่าสนในมีจุดดึงดูด ที่ไม่ต้องลงทุนมาก ไม่มีความเสี่ยงเลย แต่ปรากฎว่าเมื่อทำไปเรื่อยๆ นานๆ จึงจะมีรายได้เข้ามาที เพราะสินค้าที่นำมาขายเป็นของที่ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ใช่ของจำเป็น ไม่ค่อยมีการมาซื้อซ้ำอีก สุดท้ายแฟรนไชซี่ก็ขาดรายได้หรือมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ ไม่เพียงพอต่อชีวิตประจำวันจนต้องหันไปทำอาชีพอื่น

14. ธุรกิจของคุณมีการแข่งขันสูงเกินไปหรือไม่
มีธุรกิจรายใหญ่ของไทย 2-3 ราย ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์พร้อม มีทั้งชื่อ มีสาขาที่เปิดมาแล้ว มีประสบการณ์ช่ำชองในธุรกิจเป็นผู้นำตลาด แต่ท้ายที่สุดต้องเปลี่ยนกลับไปใช้ระบบดีลเลอร์อย่างเก่า เพราะมาตายด้วยการเป็นธุรกิจที่อยู่ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด เพราะสินค้าเหล่านั้นในท้องตลาดก็มีขายเช่นเดียวกัน เกิดการลดราคาสะบั้นหั่นแหลก ในที่สุดร้านแฟรนไชส์ก็ไม่มีจุดที่ได้เปรียบ แต่กลับไปเสียเปรียบเพราะระเบียบข้อกำหนดต่างๆในระบบแฟรนไชส์ คุณจะเห็นว่าแม้คุณสมบัติที่ครบถ้วนเกือบจะเพอร์เฟค 100% แต่ปัญหาการแข่งขันสูงก็ทำให้ระบบแฟรนไชส์ไปไม่รอดอย่างไม่น่าเชื่อ

15. ธุรกิจคุณไม่ลงทุนสูงเกินไป (ไม่เกิน 3 ล้าน)
การลงทุนในธุรกิจของคุณ ไม่ควรสูงเกินไป อย่างกรณีของฟาสท์ฟู้ดในไทย นั้น ปิดตัวลงไปมาก เพราะสาเหตุที่ลงทุนสูงเกินไป จะต้องสร้างยอดขายต่อเดือนมาเท่าไหร่จึงจะคืนทุนได้
การลงทุนที่สูงเกินไปก็จะทำให้หาแฟรนไชซี่ยาก มีความเสี่ยงและทำให้โอกาสในการขยายตัวได้ยากขึ้นไปด้วย สำหรับตัวเลขการลงทุนที่ระบุว่าไม่เกิน 3 ล้านนั้น ได้มาจากการลงทุนของแฟรนไชส์ส่วนใหญ่ในบ้านเราจะอยู่ในระดับนี้

16. ผลกำไรไม่ต่ำเกินไป (มากกว่า สองหมื่นบาทต่อเดือน)
คุณจะสังเกตุเห็นว่าแฟรนไชส์ที่ลงทุนต่ำคือคีออสรถเข็นต่างๆ จะบูมกันอยู่พักหนึ่ง แล้วก็ถดถอยเหมือนๆ กันหมด จนกระทั่งบางรายปิดตัวหายจากท้องตลาดไปเลย ทั้งที่บางรายบริษัทแม่เป็นยักษ์ใหญ่
การที่แฟรนไชส์ลงทุนต่ำ ที่มีคนตกงานเข้ามาซื้อแฟรนไชส์ไปทำกันเยอะแยะมากมาย ดูแล้วเหมือนบูมสุดๆ แต่แฟรนไชส์ลงทุนต่ำเหล่านั้นย่อทำกำไรต่ำไปด้วยเช่นกัน ผู้ที่ลงทุนซื้อแฟรนไชส์รถเข็นเปิดอยู่ข้างถนน เมื่อทำไประยะหนึ่งก็รู้สึกว่าขาดความก้าวหน้า และไม่เห็นทางที่จะทำให้รวยขึ้นได้เพราะเงินที่ได้รับไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายประจำเดือน

17. คุณเป็นเจ้าของสิทธิที่ถูกต้องหรือไม่
เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่ออีกเรื่องหนึ่งที่ บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำแฟรนไชส์ มานาน มีระบบการทำตลาดที่แข็งแกร่ง ยังต้องปรับปรุงรูปแบบร้านแฟรนไชส์เข้าสู่วิธีการเดิมก็คือ ดีลเลอร์ เพราะมีข้อผิดพลาดที่ไม่ใช่เจ้าของสิทธิ์ในยี่ห้อสินค้าที่ขาย
เช่นสินค้าไอที และคอมพิวเตอร์ที่ขายบริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าเอง ช่วงแรกๆ ที่ทำนั้น บริษัทแม่ได้สิทธิในการขายสินค้ายี่ห้อดังเพียงรายเดียว แต่ต่อมาภายหลัง ทุกคนสามารถขายยี่ห้อเดียวกัน ได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งร้านแผงลอย ร้านทั่วไปกลับมีสินค้าให้ลูกค้า เลือกได้อย่างหลากหลายมากมายหลายยี่ห้อ และยังมีการต่อรองราคาได้อย่างสนุกสนาน ทำให้ร้านที่อยู่ในระบบแฟรนไชส์ต้องการที่จะมีอิสระในการทำเช่นนั้นบ้าง เพื่อความอยู่รอดต่อการแข่งขันที่ร้อนแรง ในที่สุดร้านแฟรนไชส์ดังของบริษัทยักษ์ใหญ่ต้องกลับมาใช้ระบบดีลเลอร์อย่างเก่า

18. คุณเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถหรือไม่
ถ้าคุณขายแฟรนไชส์ออกไปนั้น คุณจะต้องมีทักษะในการบริหารงานในระบบใหญ่ และมันจะยากยิ่งขึ้น เมื่อคุณต้องบริหารแฟรนไชซี่ที่ไม่ใช่ลูกจ้างของคุณ ที่มีลักษณะที่หลากหลายรูปแบบ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องเป็นผู้บริหารที่มีความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามหากคุณทราบว่าคุณอ่อนในเรื่องใด ขอแนะนำให้คุณหาที่ปรึกษาหรือจ้างคนที่เก่งในเรื่องนั้นๆ มาช่วยเสริมสร้างให้มีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นหรือมีทีมงานบริษัทที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

อีกกรณีหนึ่ง ลักษณะนิสัยส่วนตัว คุณรู้ไหมว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้น มีแฟรนไชส์หลายรายที่กำลังจะไปได้ดี แฟรนไชซี่สามารถดำเนินธุรกิจมีกำไรน่าพอใจ แต่ผู้บริหารมีนิสัยการใช้เงินที่ฟุ่มเฟือย จนกระทั่งหมดเงินจ่ายให้กับซัพพลายเออร์ในที่สุด ร้านของแฟรนไชซี่ก็ไม่ได้สินค้าเข้ามาขายในร้าน ทำให้แฟรนไชส์เหล่านั้นล้มเหลวลงไปอย่างน่าเสียดายมาก

 

อ้างอิง : นิตยสารโอกาสธุรกิจแฟรนไชส์

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie