แผนธุรกิจ โรงเรียนอนุบาล (Children School Sample Business Plan)

แผนธุรกิจโรงเรียนอนุบาล

แผนธุรกิจโรงเรียนอนุบาล

แผนธุรกิจ โรงเรียนอนุบาล (Children school Business Plan)

ปัจจุบัน “การปฏิรูปการศึกษา” เป็นหัวข้อที่กำ ลังได้รับความสนใจจากบุคคลในสาขาอาชีพต่างๆ เนื่องจากการศึกษาถือเป็นรากฐานสำ คัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยรูปแบบการเรียนการสอนที่ พ.ร.บ. การศึกษาปี 2542 (มีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคม 2545) กำ หนดไว้ คือการสอนในลักษณะเน้นผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง (Child Center)

ทำให้โรงเรียนต่าง ๆ ต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันให้สอดคล้องกับข้อกำ หนดของกฎหมาย ซึ่งนอกจากรูปแบบการเรียนการสอนแล้ว พรบ. ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อสถานศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการให้บริการการศึกษา และรูปแบบการบริหารงานโรงเรียนอนุบาลดวงแก้ว เป็นหนึ่งในโรงเรียนอนุบาลที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายดังกล่าว โดยโรงเรียนมีที่ต้องอยู่ในพื้นที่เขตจตุจักร ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น 56 คน ต้องการปรับการดำ เนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจ แผลการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลรวมทั้งสภาวะการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น จากคู่แข่งที่มีอยู่เดิม และคู่แข่งใหม่ที่เป็นโรงเรียนของรัฐลาลที่ผู้เขาศึกษาไม่ต้องเสียค่าใช่จ่ายทั้งนี้ จากสภาพแวดล้อมภายนอก คือทำ เลที่ตั้งเดิมที่มีอยู่ และทรัพยากรที่มีอยู่ (Resource) ของโรงเรียนเอง จัดได้ว่ามีศักยภาพที่จะขยายกลุ่มลูกค้าออกไปได้อีก เนื่องจากมีพื้นที่เพียงพอจะรองรับนักเรียนได้จำ นวนมาก และโรงเรียนตั้งอยู่ในทำ เลที่มีเส้นทางเชื่อมกับถนนสายหลักหลายสาย อยู่ใกล้หมู่บ้านและแหล่งชุมชน

โรงเรียนอนุบาลดวงแก้ว ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2528 ทำ เลที่ตั้งของโรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่เขตจตุจักร มีพื้นที่ทั้งหมด 356.3 ตารางวา มีความสามารถในการรับนักเรียนได้ทั้งสิ้น 173 คน ปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึง 3 จากสภาพการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน ประกอบกับปัญหาจากการบริหารภายในโรงเรียน ทำ ให้ผลประกอบการของโรงเรียนมีแนวโน้มที่จะขาดทุน เนื่องจากจำ นวนนักเรียนที่ลดลงทุกปี นอกจากนี้ข้อบังคับทางกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงจะมีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคม 2545 ภายใต้การปฏิรูปการศึกษา ทำ ให้โรงเรียนต้องมีการปรับตัวในการดำ เนินแผนธุรกิจ เริ่มตั้งแต่การวางเป้าหมายขององค์กรที่ชัดเจนขึ้น กลุม่ ลูกคา้ เป้าหมายที่ต้องการ และกลยุทธ์ในด้านต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้
แต่เนื่องจากการสร้างชื่อเสียงของโรงเรียนเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยเวลาในการสร้างสม ดังนั้นในระยะสั้นแผนธุรกิจดังกล่าวจึงมีขึ้นเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารและจัดการการดำ เนินงานต่างๆของโรงเรียนอนุบาล และเตรียมการสำ หรับรองรับการปรับตัวในอนาคตเพื่อให้เกิดการยอมรับของผู้ปกครองกลุ่มเป้าหมายต่อโรงเรียน

จากผลการศึกษา และการวิจัยตลาด โรงเรียนจึงได้วางกลุ่มลูกค้าที่โรงเรียนให้ความสนใจ (Focus) ไดแ้ กก่ ลุ่มลูกค้าที่พักอาศัย หรือทำ งานอยู่ในเขตจตุจักร และมีรายได้ระหว่าง 17,500-34,999 บาทต่อเดือน โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบเน้นวิชาการ ควบคู่กับการสอนแบบ child center โดยนำ วิธี Project approach เข้ามาประยุกต์ใช้ นอกจากนี้โรงเรียนยังมีการปรับเปลี่ยนการดำ เนินงานของโรงเรียนโดยเน้นให้เกิดคุณภาพในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านหลักสูตรการเรียนการสอนที่ต้องมีการศึกษา และพัฒนาให้ทันสมัยตลอดเวลา ด้านบุคลากรต้องผ่านกระบวนการสรรหาให้ได้บุคลากรที่มีคุณสมบัติตามที่โรงเรียนได้วางไว้ โรงเรียนมีแผนในส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ และศักยภาพของบุคลากร สำ หรับสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกโรงเรียนจะมีการปรับปรุงเพื่อให้ร่มรื่น น่าอยู่ อบอุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง เพื่อให้เด็กรู้สึกมีความสุข และอยากมาโรงเรียน

อย่างไรก็ตามการดำ เนินงานของโรงเรียนจะประสบความสำ เร็จได้นั้น ยังคงต้องอาศัยการสื่อสารทางการตลาดในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้ปกครองได้รับรู้ถึงคุณภาพในการจัดการเรียนการสอน และการดูแลเอาในใส่บุตรหลานการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางการเงิน แบ่งการพิจารณาเป็น 3 กรณีคือ 1) กรณีที่โรงเรียนตัดสินใจดำ เนินงานตามกลยุทธ์ใหม่ ทั้งการทำ กิจกรรมทางการตลาด และการลงทุนใหม่ในสินทรัพย์ถาวรและได้จำ นวนนักเรียนตามที่ประมาณการไว้(Suggested Case) 2) กรณีที่โรงเรียนตัดสินใจดำ เนินงานตามกลยุทธ์ใหม่ ทั้งการทำ กิจกรรมการตลาด และการลงทุนใหม่ในสินทรัพย์ถาวร แต่ได้จำ นวนนักเรียนตํ่ากว่าที่ประมาณการไว้ (Worst Case) 3) กรณีที่โรงเรียนดำ เนินงานโดยใช้กลยุทธ์เดิม ตามสภาพปัจจุบัน

ลักษณะและขอบเขตของธุรกิจ
เป็นโรงเรียนอนุบาลเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากสำ นักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชนให้จัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2528 เปิดสอนตั้งแต่อนุบาล 1 ถึงอนุบาล 3 ลักษณะการเรียนการสอนของโรงเรียนเป็นลักษณะควบคู่ระหว่างการให้ความรู้ทางด้านวิชาการ และการส่งเสริมให้เด็กมีอิสระในการเรียนรู้ภายในกรอบที่ได้กำ หนดไว้ ให้ความสำ คัญกับตัวเด็กผู้เรียนเป็นสำ คัญ ซึ่งเรียกว่าระบบการสอนที่ให้เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child Center) โดยเน้นการสอนแบบ Project Approach ซึ่งรูปแบบการเรียนการสอนแบบนี้ กำ ลังเป็นที่สนใจและได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนในปัจจุบัน

สภาพตลาดของธุรกิจ
สภาวะอุตสาหกรรมในปัจจุบัน
ธุรกิจโรงเรียนอนุบาลเป็นธุรกิจที่ประกอบด้วยผู้ประกอบการย่อยหลายราย ลักษณะของโรงเรียนแบบ Chain หรือหลายสาขามีน้อย คู่แข่งขัน คือ คู่แข่งขันที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เนื่องจากสภาวะการจราจรในปจั จุบัน ดังนั้นผู้ปกครองจึงนิยมส่งบุตรหลานให้เข้าเรียนในบริเวณใกล้กับบ้านพักอาศัย ลักษณะการตัดสินใจเลือกของผู้บริโภคอาศัยการหาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจใช้บริการ เป็นกระบวนการตัดสินใจซื้อแบบมีการวางแผนล่วงหน้า (Planned) ธุรกิจโรงเรียนอนุบาลมีทั้งที่บริหารงานโดยเอกชน และรัฐบาล แต่เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วพบว่า สัดส่วนของโรงเรียนเอกชนมีมากกว่าของรัฐบาล ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นโรงเรียนอนุบาลที่มีการศึกษาระดับประถมศึกษาต่อเนื่องไปด้วย ซึ่งโรงเรียนอนุบาลที่มีระดับประถมศึกษา หรือบางทีระดับมัธยมศึกษารวมอยูด่ ว้ ย นั้น จะได้รับความนิยมจากผู้ปกครองมากกว่า เนื่องจากผู้ปกครองไม่ต้องขวนขวายหาสถานบันการศึกษาให้กับบุตรหลานใหม่ เมื่อจบระดับอนุบาลแล้วสำ หรับโรงเรียนอนุบาลในปัจจุบัน มีรูปแบบการเรียนการสอนที่แตกต่างกันไป โดยประกอบด้วย
1. โรงเรียนที่มุ่งเน้นวิชาการ โดยสอนในรูปแบบ Teacher Center
2. โรงเรียนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child Center)
3. โรงเรียนที่สอนหลักสูตรนานาชาติ และ หลักสูตรสองภาษา (Bilingual)

นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนอนุบาลบางแห่งที่มีรูปแบบการเรียนการสอนที่แตกต่างจาก 3 รูปแบบดังกล่าวข้างต้น เช่น แบบผสมผสาน การเตรียมความพร้อมเป็นต้น

ปัจจุบันมีโรงเรียนอนุบาลที่เป็นของเอกชนและรัฐบาลอยู่เป็นจำ นวนมาก ทำ ให้แต่ละโรงเรียนต้องพยายามสร้างความแตกต่างคู่แข่ง เพื่อให้ธุรกิจของตนเองอยู่รอดได้ในภาวะการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นแต่ละโรงเรียนจึงมีทั้งการเสริมหลักสูตรภาษาอังกฤษ หรือหลักสูตรเฉพาะอื่น ๆ เช่น กีฬา ว่ายนํ้า เทควันโดคอมพิวเตอร์ ในขณะเดียวกันก็หันมาเริ่มใช้ระบบการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child Center) มากขึ้น ซึ่งจากความพยายามเหล่านี้ ทำ ให้บุคลากรทางการศึกษา หรือนักวิชาการ เป็นที่ต้องการมากยิ่งขึ้

SWOT Analysis
วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของธุรกิจ
Strength
1. สามารถจัดหาเงินทุน เพื่อนำ มาใช้ในการบริหารโรงเรียน ปรับปรุงโรงเรียน หรือลงทุนเพิ่มเติม ได้ตามต้องการ เนื่องจากมีแหล่งเงินทุนที่แข็งแกร่ง
2. มีบุคลากรครูที่ได้รับรางวัลครูผู้มีการสอนดีเด่นจากการแข่งขันระหว่างโรงเรียนในบริเวณใกล้เคียงกัน
3. นักเรียนที่ผ่านการศึกษาของโรงเรียนได้รับรางวัลการแข่งขันด้านวิชาการและความสามารถต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

Weakness
1. โรงเรียนยังวาง Positioning ไม่ชัดเจน ทำ ให้ยากต่อการวางกลยุทธ์
2. ไม่สามารถรักษาบุคลากรให้อยู่กับโรงเรียนนานๆ ได้ ทำ ให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการฝึกอบรม และขาดความต่อเนื่องในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง
3. ทำ เลที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ทั้งอยู่ในซอยทำ ให้การคมนาคมไม่สะดวก ซึ่งเป็นสาเหตุให้เสียเปรียบคู่แข่ง
4. บุคลากรของโรงเรียนบางคนขาดความน่าเชื่อถือ
5. บุคลากรในโรงเรียนขาดความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ด้านการตลาด
6. คณะครูยังขาดความรู้ความเข้าใจในระบบการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child Center) ทำให้ไม่สามารถจัดวางแผนการสอนได้อย่างชัดเจน
7. ขาดประสิทธิภาพในการสื่อสารระหว่างครูกับผู้บริหาร ทำ ให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน
8. โรงเรียนยังไม่เป็นที่รู้จักกับคนทั่วไป แม้แต่คนในพื้นที่

การประเมินโอกาสและความเสี่ยง
Opportunities
1. พฤติกรรมการเลือกโรงเรียนของผู้ปกครองในกรุงเทพฯ เริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ผู้ปกครองจะสนใจเพียงชื่อเสียงของโรงเรียนเป็นอันดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันเกณฑ์การเลือกโรงเรียนของบรรดาผู้ปกครองในกรุงเทพฯ 3 อันดับแรก คือ ต้องการสร้างสังคมที่ดีให้ลูก โรงเรียนต้องมีสิ่งแวดล้อมที่ดี และต้องเป็นโรงเรียนสีขาวหรือโรงเรียนที่ปลอดยาเสพติด (ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย 2544) ดังนั้น แม้โรงเรียนจะไม่มีชื่อเสียงแต่หากสามารถทำ ให้ผู้ปกครองเกิดความรู้สึกว่า โรงเรียนอนุบาลตามแผนธุรกิจนี้ มีสภาพแวดล้อมที่ดี และบุตรหลานของคนจะได้รับการดูแล และมีสังคมที่ดี โรงเรียนก็สามารถใช้ปัจจัยนี้สร้างความแตกต่างและความได้เปรียบในการแข่งขันทดแทนปัจจัยทางด้านชื่อเสียงได้
2. พรบ. ฉบับใหม่ที่มีการสนับสนุนการศึกษาในรูปแบบ Child Center ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนได้เน้นการสอนแบบ Child Center อยูแ่ ล้ว ทำ ให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน
3. สังคมในยุคใหม่ที่มีผู้หญิงมีความทัดเทียมผู้ชาย ผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ทำ งานนอกบ้าน ทำ ให้เวลาในการทำ งานบ้าน และดูแลบุตรหลานลดลง เป็นผลให้สถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาลมีบทบาทมากขึ้น
4. ปจั จุบันผูป้ กครองให้ความสำ คัญกับการศึกษาขั้นปฐมวัยมากขึ้น ดังนั้นผู้ปกครองส่วนใหญ่จึงเต็มใจที่จะจ่ายเงินเพื่อให้ได้มากซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดสำ หรับบุตรหลาน

Threat
1. ในบริเวณใกล้เคียงมีโรงเรียนคู่แข่งที่มีความแข็งแกร่งจำ นวนมาก
2. จากกฎหมายปัจจุบันที่ว่าด้วยเรื่องการให้เงินอุดหนุนการศึกษาสำ หรับสถานศึกษาชั้นอนุบาลที่ตั้งก่อนปี 2517 ทำ ให้โรงเรียนที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเสียเปรียบ เป็นผลให้ไม่สามารถลดค่าเทอมเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งได้
3. มีการจัดตั้งโรงเรียนรัฐบาลที่ตั้งอยู่เขตจตุจักร ทำ ให้ผู้ปกครองมีทางเลือกมากขึ้น และการที่นักเรียนไม่
ต้องเสียค่าเทอมตลอดการศึกษา ทำ ให้กลุ่มเป้าหมายของโรงเรียนหันไปเลือกโรงเรียนรัฐบาลมากขึ้น
4. พรบ. การศึกษาที่มีการปรับปรุงใหม่ จะส่งผลให้โรงเรียนต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กร และการเรียนการสอน ให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่
5. แนวโน้มเศรษฐกิจในปัจจุบันยังมีทิศทางที่ไม่ชัดเจน ส่งผลต่อการตัดสินใจในการเลือกโรงเรียนให้บุตรหลานเนื่องจากผูป้ กครองจะต้องคำ นึงถึงปัจจัยด้านการเงินมากขึ้น และเงินที่ได้เสียไปก็ต้องให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากที่สุด
6. ประชากรที่อาศัยบริเวณใกล้โรงเรียนมีระดับรายได้ค่อนข้างตํ่าทำ ให้กำ ลังซื้อไม่เพียงพอ
7. ปัจจุบันครอบครัวไทยนิยมมีบุตรลดลงทำ ให้ความต้องการด้านการศึกษา (Demand) ลดลงไปด้วย

Download Sample Business Plan ตัวอย่าง แผนธุรกิจโรงเรียนอนุบาล (Kindergarten Sample Business Plan) ฉบับเต็มได้ที่นี่ 

  แผนธุรกิจ โรงเรียนอนุบาล - Kindergarten School Sample Business plan (6.1 MiB, 6,282 hits)

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

6 Responses to “แผนธุรกิจ โรงเรียนอนุบาล (Children School Sample Business Plan)”

  1. […] (Noodle Shop Sample Business Plan) 1881 Kb. แผนธุรกิจ โรงเรียนอนุบาล (Kindergarten Sample Business Plan) 6292 Kb. ทางทีมงานจะพยายาม […]

  2. […] (Noodle Shop Sample Business Plan) 1881 Kb. แผนธุรกิจ โรงเรียนอนุบาล (Kindergarten Sample Business Plan) 6292 Kb. ทางทีมงานจะพยายาม […]

  3. […] (Noodle Shop Sample Business Plan) 1881 Kb. แผนธุรกิจ โรงเรียนอนุบาล (Kindergarten Sample Business Plan) 6292 Kb. ทางทีมงานจะพยายาม […]

  4. […] (Noodle Shop Sample Business Plan) 1881 Kb. แผนธุรกิจ โรงเรียนอนุบาล (Kindergarten Sample Business Plan) 6292 Kb. ทางทีมงานจะพยายาม […]

  5. […] แผนธุรกิจ โรงเรียนอนุบาล (Kindergarten Sample Business Plan) ทางทีมงานจะพยายาม update แผนธุรกิจ ตัวอย่าง แผนธุรกิจ บทความ เนื้อหาสาระ ธุรกิจ ปี 2554 จนถึงปี 2555 นี้ ให้ดาวน์โหลดกันให้มากที่สุด Related Articles Share About Author SMEssmart […]

  6. […] (Noodle Shop Sample Business Plan) 1881 Kb. แผนธุรกิจ โรงเรียนอนุบาล (Kindergarten Sample Business Plan) 6292 Kb. ทางทีมงานจะพยายาม […]

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie