E-Commerce มาแว้วว อินเทอร์เน็ตพากันรวย

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

 

ตะลึง! คนไทยเข้าเว็บชอปปิง พฤติกรรมยอดนิยมอันดับ 5 ขณะที่อีก 13 ล้านคน พร้อมจะเป็นนักชอปออนไลน์ ถึงแม้จะเป็นรองเวียดนาม แต่นี่คือ สัญญาณบอกว่า “อีคอมเมิร์ซ” มาแว้วว!

นักท่องเว็บบนโลกออนไลน์ที่ค่อยเพิ่มเป็น 3-4% จากนักท่องเน็ต 13 ล้านคน ตัวเลขเล็กๆ แต่ขอบอกว่า พลังไม่จิ๊บๆ เพราะหน้าต่างออนไลน์สามารถสร้างโอกาสในการทำตลาดส่งออกถึง 27.38 % ส่วนในประเทศสูงถึง 72.62% เลยทีเดียว

โอกาสมากมายขององค์กรเล็กๆ ที่จะสร้างเพาเวอร์ต่อกรกับองค์กรใหญ่ได้อย่างไม่ยากเย็น และเป็นวิธีสร้างช่องทางการขายและจัดจำหน่ายให้มากขึ้นกว่าการเปิดหน้าร้านหรือโยนภาระให้ฝ่ายขายทำเงินเพียงอย่างเดียว ยิ่งกว่านั้นยังสร้างรูปธรรมความร่วมมือทางธุรกิจที่หลากหลายในอนาคต

“สรรเสริญ สมัยสุต” ผู้จัดการผลิตภัณฑ์บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ย้ำว่า อีคอมเมิร์ซคือช่องทางหารายได้ “ไร้ขีดจำกัด” ทั้งรายรับจากการโฆษณาแบบเดิมๆ หรือการได้กำไรจากการขายสินค้าแล้ว ปัจจุบันผู้ค้ายังสร้างรายรับจากค่าธุรกรรม หรือค่าดำเนินการ (Transaction),การแบ่งรายได้จากการขาย (Commission), จากยอดขายสั่งซื้อซ้ำ (Reseller Program), รายได้จากสถิติ ,จากการให้เช่าพื้นที่ (Hosting), รายได้จากการบริการ เช่นการจัดทำเว็บ ลงโฆษณาให้ ออกแบบเว็บไซต์ หรือแบนเนอร์ รวมทั้งรายได้จากสื่อ SMS และ IVF หรือจะใช้เชื่อมโยงธุรกิจของคนอื่นเพื่อหารายได้ร่วมกันอีกด้วย

และแม้ว่ากลวิธีหาเงินที่หลากหลายจะจูงใจเท่าใด ก็ยังไม่สามารถทำให้การค้าบนโลกออนไลน์ในไทยประสบความสำเร็จถึงขีดสุด

สาเหตุก็เพราะปัจจัยภายนอกเคยจำกัดแค่ นิติบุคคล หรือบริษัท แต่ตอนนี้ได้ปรับเปลี่ยนกฎระเบียบให้บุคคลธรรมดาสามารถจดทะเบียน และเมื่อเปิดร้านก็สามารถเปิดระบบตัดบัญชีได้ทันที จึงช่วยลดความยุ่งยากการค้าออนไลน์ไปได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยภายในอีกด้วย ซึ่งอดีตผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ market@home เล่าว่าอีคอมเมิร์ซขาย “จิตวิทยา” สื่อด้วยรูปภาพ แต่บางครั้งนักค้าคนไทยก็ละเลยเทคนิคการถ่ายภาพสินค้า ซึ่งต้องถ่ายครบทุกมุมมอง ตลอดจนข้อความและขายสินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย หรือความเหมาะสม ตลอดจนการตอบอีเมล์ให้ทันท่วงที บางคนขายไม่ได้เพราะปัญหาหน้าเว็บไม่ดึงดูดใจ หรือทำการตลาดไม่เป็น

เว็บมาสเตอร์ของ weloveshopping.com ผู้สร้างฐานผู้ค้ากว่า 9 หมื่นราย และมีสินค้านับล้านรายการ จึงแนะนำ ข้อควรคำนึงสำหรับมือใหม่หัดเล่นว่าต้องทำให้คนซื้อรู้ว่าเราทำธุรกิจอะไรให้ได้ตั้งแต่แรก และควรสร้างเว็บไซต์ก่อนไปจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการันตีความน่าเชื่อถือ และอย่าลืมต่ออายุโดเมนเนมให้ทัน และขยันเฝ้าหน้าเว็บในช่วงเวลาเข้าชมสุดฮอต คือ 15.00-15.59 น.

ขั้นตอนลัดสำหรับนักธุรกิจโลกไซเบอร์หน้าใหม่นั้น สรรเสริญ บอกว่าจะต้องรู้จัก “สำรวจโอกาสการตลาด” ด้วยระบบค้นหาข้อมูล วางแผนการตลาด และพัฒนาเว็บเพจ นำเว็บเพจเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต จัดตั้งเว็บ ลงโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ติดตามผลและปรับปรุง บำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกุญแจไขความสำเร็จนั้น นักค้าต้องคิดคำนวณต้นทุนทำเว็บ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร เลือกสรรผลิตภัณฑ์และบริการให้โดนใจ ทำการตลาดและโปรโมชั่นตรงกลุ่มเป้าหมาย สรรหากลวิธี CRM เพื่อสู้คู่แข่ง ตลอดจนหาเทคโนโลยีที่เลือกใช้ให้เหมาะสม และระมัดระวังความเสี่ยงทางธุรกิจ

ถึงแม้จะมี “คัมภีร์” ประจำกายผู้ประกอบการยุคไฮเทคแล้ว พล ธนะปัญญาวรคุณ ผู้บริหาร ดิ ไอคอนเว็บ ผู้ให้บริการรับจ้างผลิตเว็บเพจ เผยว่า ผู้ค้าออนไลน์ต้องลงลึกรายละเอียดว่าจะทำอย่างไรให้เว็บของเรามีคุณภาพเป็น “อาวุธ” ไว้สู้ศึก

พล เผยเคล็ดลับว่า เว็บต้องดึงดูด ลูกค้าเปิดปุ๊บต้องอยากซื้อปั๊บ บอกทุกรายละเอียด และต้องทำธุรกรรมได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

ทั้งหมดจะอยู่บนพื้นฐาน “รู้ใจลูกค้า”

พล บอกว่า เว็บขายของที่ดีต้องแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือ ประวัติ ผลงาน ประสบการณ์ มาตรฐานบริการ กิจกรรม ความรู้ ข้อมูลทันสมัยก็ให้ใส่เข้าไปด้วย

ที่สำคัญอย่าขายทุกอย่างที่ขวางหน้า เพราะ…”ทำให้ดูเป็นอาชีพ”

รูปลักษณ์เว็บเพจที่ชัดเจน สบายตา มีระเบียบ ดูง่าย หาง่าย ไม่มีโฆษณา แอบแฝง และส่วนสุดท้ายคือระบบ ต้องไม่ล่มง่าย ชื่อเว็บสะดุดตา พื้นที่เว็บมากพอ และมีเว็บมาสเตอร์มือโปรไว้คอยดูแลตลอดเวลา

“หน้าแรก จะต้องชัดเจนเลยว่าสินค้าขายอะไร แยกหมวดสินค้า ชูสินค้าใหม่ หรือสินค้าแนะนำ และเพิ่มแรงจูงใจด้วยการตลาด โปรโมชั่น สินค้าแนะนำ หรือผ่อน 0%”

นอกจากนั้น ยังต้องใส่ใจรายได้จากการโฆษณาด้วย ซึ่งต้องสร้างความต่างระหว่างโฆษณาทั่วไปกับแบบออนไลน์ โดยใช้สไตล์ต่างๆ เช่น แบนเนอร์, Text Link, อีเมล์ และวีดีโอ ตลอดจนวิธีการสร้างคำหรือวลีสั้นๆ กะทัดรัด ได้ใจความ เพื่อการโฆษณา และต้องใส่ข้อมูลติดต่อกลับลงไปด้วย รวมทั้งคำนวณระยะเวลาและอายุของโฆษณาในช่วงจังหวะที่คนเข้าชมให้เหมาะสม

และเพราะสิ่งที่ยากที่สุดคือ การเปิดตัว ทำอย่างไรให้คนรู้จักเว็บ และที่ยากกว่านั้น คือทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือ Return Visitors อีกหลายๆ ครั้ง

พลจึงแนะนำวิธีการทำให้คนเข้าเว็บของนักค้าออนไลน์ว่ามีทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์ให้เลือกใช้ควบคู่กัน

เริ่มที่การอาศัยไอที หรือออนไลน์ นักธุรกิจไซเบอร์ต้องให้ความสำคัญกับคีย์เวิร์ด ด้วยวิธีการคิดแทนลูกค้า หรือเลียนแบบเว็บอื่น ตลอดจนการเพิ่มชื่อใน Google หรือในเว็บไดเร็คทอรี่อื่นๆ เช่น yahoo, MSN, Sanook, yellowpages.com, หรือสมุดหน้าม่วงที่เน้นไลน์อุตสาหกรรมและหมวดธุรกิจเป็นหลัก รวมทั้งการประกาศตามเว็บบอร์ด ด้วยการระบุว่าเราทำอะไรเด่นตรงไหน หรือแลกลิงค์ลงชื่อรุ่นผลิตภัณฑ์ในเว็บ และต้องขยันอัพเดทด้วย

ส่วนรูปแบบไม่พึ่งพาเทคโนโลยี หรือออฟไลน์นั้น ผู้ค้าสามารถใช้นามบัตร ที่ใส่อีเมล์ของเว็บไซต์ร้านตนเอง เพื่อให้จำได้โดยอัตโนมัติ รวมทั้งเดินหน้าติดต่อกับลูกค้าโดยตรง

พลยังเพิ่มเติมว่า นักธุรกิจจะต้องเรียนรู้ที่จะสังเกตลูกค้า เปลี่ยนพฤติกรรมดูแล้วผ่านไป ให้กลับมาที่เว็บไซต์อีกครั้งด้วยสร้างการตำแหน่งการค้าของตัวเอง เป็นจุดแข็ง รวมทั้งใช้เครื่องมือที่มีอยู่ อาทิ กูเกิล อนาไลซีส ซึ่งจะแจงรายละเอียดพฤติกรรม ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ซึ่งมันเป็นวิธีการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) จนสามารถสร้างลูกค้าตัวจริง (Royalty Visitor)

นักธุรกิจเจเนอเรชั่น Y ฟังแล้วอาจเริ่มทำได้ง่ายๆ ในพริบตา แต่หลายคนบอกว่ายังยุ่งยากและซับซ้อนสำหรับนักธุรกิจยุคเก่า

มันจึงเกิดธุรกิจรับจ้างสร้างเว็บเพจ (Hosting) และเว็บเพจสำเร็จรูปเพื่อสนองความต้องการนี้

“ปัจจุบันลูกค้ามักจ้างโฮสติ้งเพื่อสร้างและดูแลเว็บที่หลักพันบาท หรือบางคนก็จ้างฟรีแลนซ์ที่ 400 บาทขึ้นไป และหากรวมต้นทุนเว็บเพจมืออาชีพแล้ว (Professional Website) อาจสูงถึงหนึ่งหมื่นบาทเลยทีเดียว มันจึงเป็นโอกาสให้เกิดเว็บไซต์สำเร็จรูปมาเสริมในตลาด”

ข้อดีของเว็บสำเร็จรูปคือติดตั้งง่ายและราคาไม่สูง แต่ไม่มีการดูแลอย่างต่อเนื่องเหมือนโฮสติ้ง ซึ่งทำให้นักธุรกิจที่ไม่ชำนาญเริ่มให้ความสนใจโฮสติ้งมากขึ้น

พลจึงแนะวิธีตรวจสอบโฮสติ้งเบื้องต้นให้เราฟังว่า อาจจะถามตรงๆ ว่าเป็นโฮสติ้งหรือไม่เป็นด่านแรก และควรเลือกโฮสติ้งในประเทศ สังเกตเองว่าเว็บล่มบ่อยหรือไม่ สังเกตกระบวนการแก้ปัญหาเมื่อเว็บล่ม และพิจารณาอัตราจำนวนเว็บไซต์ที่เป็นลูกค้ามากน้อยเท่าใด ประกอบกับดูเว็บไซต์อื่นๆ อ้างอิงด้วย เหล่านักค้าออนไลน์ยังชี้ความนิยมของอีคอมเมิร์ซในอนาคตอันใกล้ ผ่านมุมมองเทรนด์ต่างประเทศว่า จะเกิดรูปแบบการให้บริการใหม่ คือ Software as a service ไม่ใช่เพียงแค่ซื้อซอฟต์แวร์ไปติดตั้ง แต่พ่วงการให้บริการ ยกตัวอย่าง ระบบการจอง (Reservation) และระบบต้อนรับลูกค้า (Front) สำหรับกิจการโรงแรม เป็นต้น รวมถึงรูปแบบการให้บริการออนไลน์ของเครือข่ายยักษ์ใหญ่อย่าง ไมโครซอฟท์ ที่เริ่มให้บริการ Microsoft Office on line ไปเมื่อปีที่แล้ว

… ถ้าเชื่อว่า เว็บไซต์คือความจำเป็นของโลกธุรกิจในอนาคต แล้วจะช้าอยู่ทำไม!

 

เรื่องโดย : ชฎาพร นาวัลย์
chadaporn_n @ nationgroup.com

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie