แผนธุรกิจ ไอศกรีมสมุนไพร (Herbies Ice Cream Sample business Plan)

แผนธุรกิจ ไอศกรีมสมุนไพร (Herbies Ice Cream Sample business Plan)

บริษัท แอมโบรเชีย จำ กัด (Ambrosia Co.,Ltd) จะเริ่มดำ เนินธุรกิจในเดือนมกราคม 2545 โดยผลิตภัณฑ์ของ Ambrosia คือ ไอศกรีมสมุนไพร ภายใต้ชื่อ “Herbies” ซึ่งตัวผลิตภัณฑ์นอกจากจะมีความแปลกใหม่ในด้านรสชาติและมีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว ยังมีความแตกต่างในด้านบรรจุภัณฑ์ อีกด้วยคือ จะมีการใส่นํ้าแข็งแห้งไว้ที่ถ้วยสำ หรับการขายปลีกให้แก่ลูกค้า นอกจากนั้นโคนที่ใส่ไอศกรีมก็จะมีส่วนผสมของฟังทองหรือเผือกอีกด้วย

ส่วนการขายส่งจะมีบรรจุภัณฑ์ที่พร้อมบริการให้ลูกค้าได้ทันที โดย Ambrosia จะขายสินค้าให้แก่ลูกค้า 2 กลุ่ม คือ ช่องทางการขายปลีกผ่านคีออส (Kiosk) และช่องทางการขายส่งผ่านร้านอาหาร ซึ่ง แอมโบรเชีย จำ กัด (Ambrosia Co.,Ltd) จะเปิด คีออส (Kiosk) สำหรับขายปลีก สาขาแรกที่สยามสแควร์ในเดือนมิถุนายน 2545 และจะทยอยเปิด คีออส (Kiosk) ให้ครบ 10 สาขาภายใน ปี 2545 โดย Ambrosia มีแผนที่จะเพิ่ม คีออส (Kiosk) อีก 5 สาขาในปี 2546 และอีก 3 สาขาในปี 2547 นอกจากนั้น แอมโบรเชีย จำ กัด (Ambrosia Co.,Ltd) ยังมีแผนที่จะขายไอศกรีมในช่องทางการขายส่งให้แก่ร้านอาหารต่างๆ ให้ครบ 40 ร้านในปี 2545 และเพิ่มเป็น 75 ร้านในปี 2546

Ambrosia จะขายไอศกรีมในราคาลูกละ 29 บาท สำ หรับการขายปลีก และลูกละ 13-15 บาท สำหรับการขายส่ง โดย Ambrosia คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการทำ ส่งเสริมการขายเป็นจำ นวนเงิน 20% ของยอดขายสำ หรับการขายปลีกและ 5% สำ หรับการขายส่งแอมโบรเชีย จำ กัด (Ambrosia Co.,Ltd) คาดว่าจะมียอดขายในปี 2545 ประมาณ 8,137,330 บาท และจะเติบโตขึ้นในปี 2546 และ 2547 คือจะมียอดขาย 35,004,590 บาทและ 52,828,770 บาท ตามลำดับ

โดยบริษัทคาดว่าจะมีกำ ไรขั้นต้น 65% สำ หรับการขายปลีกและ 35% สำ หรับการขายส่ง ซึ่ง แอมโบรเชีย จำ กัด (Ambrosia Co.,Ltd) จะมีขาดทุนสุทธิในปีแรก 1,707,741 บาท และจะมีกำ ไรสุทธิเป็น 1,773,724 บาท และ 5,492,026 บาท ในปี 2546 และ 2547 ตามลำ ดับ ซึ่งจะทำ ให้บริษัทสามารถคืนทุนได้ในเวลา 3 ปี และคาดว่าโครงการนี้จะมี NPV 6,537,067 บาท และ IRR 46% นอกจากนั้นในระยะสั้น (2545-2546) แอมโบรเชีย จำ กัด (Ambrosia Co.,Ltd) มีเป้าหมายที่จะมีส่วนครองตลาด (Market Share) 3% ในตลาดไอศกรีม Premium และ 5% สำ หรับการทำ ตลาดในระยะกลาง (2547-2549)

กลยุทธ์ที่จะนำ มาใช้ในการทำ การตลาด คือ พยายามสร้าง Brand “Herbies” ให้เกิดขึ้นให้ได้ ซึ่งแอมโบรเชีย จำ กัด (Ambrosia Co.,Ltd) มีเป้าหมายในการทำ ให้ผู้บริโภครับรู้ถึงความเป็นผู้นำ ในตลาด ไอศกรีมสมุนไพร โดยจะมีการจัดทำ Menu ให้แก่ร้านอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำ ตราสินค้าของเราได้ นอกจากนั้นจะมีการจัดทำ ที่คั่นหนังสือสำ หรับการขายปลีกเพื่อเป็นการให้ความรู้กับผู้บริโภคให้รับรู้ถึงความแตกต่างของไอศกรีม Herbies และไอศกรีมทั่ว ๆ ไป ซึ่งสิ่งที่ Ambrosia ต้องการก็คือ การใช้การบอกต่อ (Word of mouth marketing) จากความแตกต่างของรสชาติ และบรรจุภัณฑ์ในระยะยาวการที่ แอมโบรเชีย จำ กัด (Ambrosia Co.,Ltd) จะสามารถประสบความสำ เร็จได้ปัจจัยที่สำ คัญที่สุด คือ รสชาติ ดังนั้น แอมโบรเชีย จำ กัด (Ambrosia Co.,Ltd) จึงได้ตั้งงบวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ไว้ 3% ของยอดขายในแต่ละปี นอกจากนั้นบริษัทจะมีการเพิ่มช่องทางการจัดจำ หน่ายใหม่ ๆ เพื่อขยายตลาดในอนาคต รวมถึงการขายสิทธิบัตร (Franchise) แก่ผู้สนใจในประเทศ และมีการเพิ่มความหลากหลายในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอีกด้วย

สภาพตลาดของไอศกรีม (Market Situation)

ไอศกรีมเป็นอาหารหวานที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีความเป็นสากลประกอบกับในปัจจุบันปริมาณการบริโภคไอศกรีมต่อคนของประชากรคนไทยยังอยู่ในระดับที่ตํ่ามาก เพียงประมาณ 1 ไพน์ (Pint) ต่อปีเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้ว ประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะขยายตลาดได้อีกมากในอนาคตอันใกล้ ทำ ให้กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ต่างให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งจากกิจกรรมกระตุน้ ตลาดของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่มีส่วนช่วยทำ ให้ตลาดไอศกรีมในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอัตราที่สูง โดยพบว่าก่อนวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจตลาดไอศกรีมโดยภาพรวมมีการเติบโตในระดับปีละ 15-20% ซึ่งจัดได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจต่อการลงทุนเป็นอย่างยิ่ง
ไอศกรีมในประเทศไทยปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 5 พันล้านบาท และอาจสูงถึง 8 พันล้านบาท หากรวมไอศกรีม Home made ต่างๆ (รวมรายเล็กๆ ของท้องถิ่นและไอศกรีมโบราณ) โดยสามารถแบ่งตลาดออกได้เป็น 3 ตลาดดังนี้

1. ไอศกรีมซุปเปอร์พรีเมี่ยม (Super premium ice cream) 

เป็นไอศกรีมที่มีราคาสูงที่สุดในตลาด โดยมีสัดส่วนตลาดที่ค่อนข้างเล็กเพียง 2-3 % เท่านั้น โดยพบว่ามีผู้ทำ ตลาดเพียงรายเดียวคือไอศกรีม ฮาเก้นดาส ซึ่งบริษัท เอชดี ดิสทริบิวเตอร์ จำ กัด (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เอสแอนด์พี เปน็ ผูน้ ำ เข้ามาทำ ตลาด แต่อัตราการเติบโตของตลาดนี้ไม่สูงนักโดยเฉพาะในภาวะวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ช่องทางการจำ หน่ายในปัจจุบันคือผ่านร้านค้าของเอสแอนด์พี ร้านฮาเก้นดาสซึ่งมีรูปแบบร้านหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นร้านค้าแบบเต็มรูปแบบ บริเวณอาคารมณียา หรือในลักษณะของคีออส (Kiosk) บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง เป็นต้น

2. ไอศกรีมพรีเมี่ยม (Premium ice cream) 

เป็นไอศกรีมระดับบนเช่นกันแต่มีราคาตํ่ากว่าไอศกรีมซุปเปอร์พรีเมี่ยม การแข่งขันในตลาดเป็นไปอย่างรุนแรง โดยไอศกรีมพรีเมี่ยมมีมูลค่าตลาดประมาณ 17 % หรือประมาณ 900 ล้านบาท โดยมีผู้ทำ ตลาดรายใหญ่ 3 รายด้วยกันคือ Market Share by Grade (Included Local&Home made Ice cream) Premium 12% >900 MB. Medium Class 50 %>4,000 MB. Home made&Local 38% >3,000 MB. Super Premium1% > 80 MB.
2.1 ไอศกรีมสเวนเซนส์ (Swensens ice cream) ซึ่งทำ ตลาดโดยบริษัทสเวนเซนส์ (ไทย)จำ กัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือไมเนอร์กรุ๊ป โดยมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดประมาณ 60 – 70 % ปัจจุบันไอศกรีมสเวนเซนส์มีช่องทางการจัดจำ หน่ายที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าแบบเต็มรูปแบบ คีออสซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ในร้านพิซซ่า รวมทั้งบริการจัดส่ง (Delivery) ด้วย 2.2 ไอศกรีมบาสกิ้นรอบบิ้นส์ (Baskin Robbins ice cream) ทำ ตลาดโดยบริษัทบาสกิ้นรอบบิ้นส์ (ประเทศไทย) จำ กัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเซ็นทรัล มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20-30% โดยช่อง
ทางการจำ หน่ายหลักคือ ร้านค้าแบบเต็มรูปแบบ (มีการขายแฟรนไชส์ด้วย) รวมถึงรูปแบบคีออส และในซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วย 2.3 ไอศกรีมบัดส์ (Buds ice cream) ทำ ตลาดโดย บริษัทอเมริกันฟู๊ดส์ จำ กัด ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10%

นอกจาก 3 รายข้างต้นแล้ว ยังมีความพยายามจากผู้นำ ตลาดไอศกรีมทั่วไปคือ ไอศกรีมวอลล์ ซึ่งเคยทดลองตลาดพรีเมี่ยมโดยการส่งไอศกรีม คาร์ที-ดอร์ มาทดลองตลาด แต่ไม่ประสบความสำ เร็จมากนักจึงเลิกทำ ตลาดไป ในขณะที่ไอศกรีมเนสเล่ท์เองก็ได้ส่งไอศกรีม เนสเล่ท์ครามีเลีย มาทำ ตลาดไอศกรีมพรีเมี่ยมด้วยเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากยังอยู่ในช่วงต้นของการทำ ตลาดเท่านั้น จึงยังไม่อาจสรุปผลการทำ ตลาดได้ว่าประสบความสำ เร็จเพียงใด โดยกลยุทธ์หลักที่ใช้คือกลยุทธ์ราคา โดยเน้นให้ราคาตํ่ากว่าผูน้ ำ ตลาดอย่างไอศกรีมสเวนเซนส์ประมาณ 25-30 บาท ต่อควอท (Quart) ไอศกรีมพรีเมี่ยมเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตที่สูงสุด โดยพบว่าในช่วงก่อนวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจนั้นมีอัตราการเติบโตสูงถึง 30% ต่อปี หรือแม้แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซา ตลาดนี้ยังคงมีอัตราการเติบโตสูงถึง 10% ต่อปี ในขณะที่ภาพรวมของตลาดไอศกรีมมีการหดตัวลง ทั้งนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย โดยผู้บริโภคต้องการสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้นและยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น

3. ไอศกรีมทั่วไป ตลาดกลางถึงล่าง (Low to medium class ice cream) 

เดิมในตลาดนี้มีผูท้ ำ ตลาดหลายราย โดยเฉพาะนักลงทุนท้องถิ่น แต่เมื่อกลุ่มทุนข้ามชาติยักษ์ใหญ่เข้ามาทำ ตลาดในประเทศไทยและมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงทำ ให้กลุ่มทุนรายย่อยในท้องถิ่นไม่สามารถแข่งขันได้เลย มีการล่มสลายไปเป็นจำ นวนมาก ปัจจุบันไอศกรีมทั่วไปมีมูลค่าตลาด 4,000 ล้าน บาท หรือคิดเป็น 80% ของมูลค่าตลาดรวม (ที่มา ฐานเศรษฐกิจ)

โดยกลุ่มผู้นำ ตลาดในปัจจุบันที่เป็นรายใหญ่มีเพียง 3 รายเท่านั้น ได้แก่
3.1 ไอศกรีมวอล์ส (Wall’s ice cream) ซึ่งทำ ตลาดโดยบริษัทยูนิลีเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเน้นสินค้าที่ราคาไม่สูง มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งจุดขายที่มากที่สุด และเป็นผู้นำตลาดนี้ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 70-80 %
3.2 ไอศกรีมเนสเล่ท์ (Nestle ice cream) ทำ ตลาดโดยบริษัทเนสเล่ท์ไอศกรีม โดยเนสเล่ท์ เพิ่งเข้ามาทำ ตลาดในประเทศไทยได้ไม่นานนัก แต่ด้วยความพร้อมทางด้านทุนและเทคโนโลยีแล้ว ทำ ให้มีความพร้อมในการแข่งขันในตลาดไอศกรีมค่อนข้างมาก ปัจจุบันยังมีส่วนแบ่งตลาดไม่มากนัก
3.3 ไอศกรีมแมกโนเลีย ยูไนเต็ด (Magnolia united ice cream) ทำ ตลาดโดยบริษัทยูไนเต็ดฟูด๊ จำ กัด ไอศกรีมยูไนเต็ดทำ ตลาดไอศกรีมในประเทศมาเป็นเวลาค่อนข้างนาน โดยเริ่มจากการเป็นไอศกรีมของกลุ่มทุนท้องถิ่นและต่อมาจึงได้มีการร่วมทุนกับต่างชาติ ปัจจุบันไอศกรีมยูไนเต็ดมีสัดส่วนตลาดไม่มากนักเช่นกัน ตลาดไอศกรีมทั่วไปเป็นตลาดที่มีการแข่งขันที่รุนแรงมากที่สุด โดยผู้อยู่รอดในกลุ่มนี้จำ Market Share of Premium and Super Premium Ice Cream Swensens 70% Hagen Daaz 3% Baskin Robbins 20% Buds 7% เป็นที่จะต้องมีความพร้อมทางด้านเงินทุนและเทคโนโลยีในระดับสูง อย่างไรก็ดี ยังมีผู้ให้ความสนใจที่จะเข้ามาทำ ตลาดนี้อีกในอนาคต เช่น กลุ่มซีพีที่คาดว่าจะร่วมทุนกับเมจิของญี่ปุ่นเข้ามาทำ ตลาดไอศกรีมในอนาคตอันใกล้นี้ ….. (อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม)

Download Business Plan ตัวอย่างแผนธุรกิจ ไอศรีมสมุนไพร ฉบับเต็มได้ที่นี่ 

  แผนธุรกิจ ไอศกรีมสมุนไพร (Herbies Icecream Business Plan) (1.2 MiB, 4,357 hits)

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

4 Responses to “แผนธุรกิจ ไอศกรีมสมุนไพร (Herbies Ice Cream Sample business Plan)”

  1. [...] การแปรรูปขี้เหล็ก (Herbal Extract Sample Business Plan) 633 Kb. แผนธุรกิจ ไอศรีมสมุนไพร (Herbies ice cream Sample business Plan) 1222 Kb. แผนธุรกิจ [...]

  2. [...] การแปรรูปขี้เหล็ก (Herbal Extract Sample Business Plan) 633 Kb. แผนธุรกิจ ไอศรีมสมุนไพร (Herbies ice cream Sample business Plan) 1222 Kb. แผนธุรกิจ [...]

  3. [...] การแปรรูปขี้เหล็ก (Herbal Extract Sample Business Plan) 633 Kb. แผนธุรกิจ ไอศรีมสมุนไพร (Herbies ice cream Sample business Plan) 1222 Kb. แผนธุรกิจ [...]

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie