Retro & Vintage Style เรื่องเดียวกันมั้ย ?

เหตุการณ์ที่เคยคุ้น ความหลังที่ประทับใจ .. นับเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งของชีวิตผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่ง หรือสิ่งของ แนว vintage …

อ้าวว แล้ว Retro Style ล่ะ ??!! เรื่องเดียวกันมั้ย ?

ความจริงแล้ว วินเทจ ( Vintage)จากความหมายเดิม เป็นภาษาในวงการผลิตไวน์ หมายถึง การเก็บบ่มไวน์ ระยะเวลาหลายปี เพื่อให้ไวน์นั้นได้มีรสชาติที่ดี ซึ่งจะต้องกำกับปี ค.ศ. ที่ผลิตไว้ด้วย ก็พออาจจะสรุปได้ว่า Vintage เป็นสิ่งของที่ผลิตขึ้น ในยุคอดีต ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ในขณะที่ Retro สามารถนำลักษณะของสิ่งของที่มีในอดีตหยิบขึ้นมาผลิตซ้ำ หรือดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้นก็ได้ รวมทั้งการกลับมานิยมกันใหม่อีกครั้งเมื่อเวลาได้ผ่านไป

สำหรับคำว่า Retro นี้ เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศส เริ่มใช้กันครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1974 มีความหมายว่า การชอบ หรือนิยมในสิ่งที่พ้นสมัยในปัจจุบัน ความนิยมนั้นจะต้องมีอายุถอยหลังย้อนกลับไปประมาณ 15 – 20 ปีที่ผ่านมา

สรุปได้คือ vintage ซึ่งในภาษาอังกฤษ แปลได้หลายความหมาย แต่รวมๆแล้วจะพูดถึงความอบอุ่น ความหอมหวนในอดีต คือความเรียบง่าย ผ่อนคลาย ในแนวทาง Modern country (โมเดิร์น คัลทรี่) ง่ายๆ สบายๆ ไม่หรูหรา ในทางแฟชั่นคำๆ นี้ก็เลย หมายถึงการเก็บของเก่าให้ผ่านช่วงระยะเวลาหนึ่ง พอหยิบของเก่าออกมาใช้อีกที ก็จะได้ความรู้สึกที่คลาสสิก และก็มีเสน่ห์ หรือว่าจะเป็นการทำของใหม่ที่ให้ความรู้สึกละเมียดละไม แบบของเก่าก็ได้

ส่วน Retro Style ซึ่ง คำว่า retro มาจากคำว่า

Retrospective แปลว่า อะไรก็ตามที่ทำให้นึกถึงเรื่องเก่า สมัยวัยเด็ก หรือช่วงเวลาที่เป็นวัยรุ่น ดังนั้นการใช้คำนี้ ไม่ได้หมายความเพียงแค่ งานดีไซน์เท่านั้น อาจรวมถึง งานเพลง งานศิลปะ ต่าง ๆ สิ่งของ หรือ นามธรรม ที่ทำให้ชวนนึกถึงอดีตในวัยเด็ก

     

 

 

10 ร้านเรโทร้ เรโทร ในกรุงเทพฯ

ช่วงนี้กระแสเหล่่าคุณชายจุฑาเทพกำลังมาแรงแซงโค้ง พาให้สาวๆ ทั้งหลายเฝ้าฝันถึงคุณชาย ชิลไปไหนเลยขอตามกระแสพาคุณไปนั่งทานอาหาร นั่งชิลในบรรยากาศเรโทร้ เรโทร สมัยคุณพ่อคุณแม่ยังสาว เผื่อโอกาสดีจะได้เจอเหล่าคุณชายบ้างอะไรบ้าง

1. Post Bar

retro1

ร้านน่านั่งสุดชิลย่านสามเสน ที่ตกแต่งสไตล์เรโทร โดยชื่อของร้านนั้นมีที่มาจากหุ่นส่วนในร้านที่ทุกคนต่างมีความผูกพันธ์กับไปรษณีย์ และชื่อของร้านอย่างหมายถึงความสถานที่ที่ส่งผ่านเรื่องราวที่ดีให้แก่กัน จุดเด่นของร้านนอกจากการตกแต่งแนวเรโทรแล้ว ความเป็นกันเองของเจ้าของร้านทำให้มีลูกค้าประจำแวะเวียนมาที่นี่เป็นจำนวนมาก เพราะมาที่นี่คุณจะได้รับความเป็นกันเอง สนุกสนานกันได้อย่างเต็มที่

2. รสนิยมชมชอบ พหลโยธิน 12

retro2

ร้านรสนิยมชมชอบ ร้านแฮงค์เอาท์ของหนุ่งสาวออฟฟิศชาวกรุง ร้านนี้จุดเด่นคือตัวบ้านที่ตกแต่งแนวเรโทร มีโซนที่นั่งสบายๆ ได้ทั้งด้านนอกและด้านในร้าน ราคาอาหารและเครื่องดื่มก็ไม่หนักจนเกินไป อาหารรสชาติดี ใครมาร้านนี้ต้องชวนมากันเยอะๆ ยิ่งมาเยอะก็จะสนุกกับเสียงเพลงจากวงดนตรีที่เขาสลับหมุนเวียนขึ้นเล่นในวันธรรมดานั้นจะมี 2 วง ส่วนวันศุกร์-เสาร์ จะมี 3 วง

3. We Sit

retro3

 

มองจากภาพนอกก็เป็นร้านที่ดูธรรมดาๆ แต่พอได้เข้าไป หย่อนก้น ได้พินิจพิจารณามองไปรอบๆ ร้าน…คิดว่าถ้าใครชอบร้านสไตล์เรโทลต้องชอบร้านนี้เป็นแน่ ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์สีสันสดใส ของตกแต่งภายในร้าน ดูแล้วเพลินตาดี ประกอบกับเสียงเพลงทั้งเก่า-ใหม่คละๆ กันไปด้วยแล้วยิ่งชิล ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือสามารถนั่งรับลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศด้านในก็ได้ หรือจะเลือกนั่งแบบชิลด้านนอกก็ได้ ในส่วนของอาหารภายในจะเป็นอาหารไทยที่จัดว่ารสชาติดีเลยทีเดียว นอกเหนือจากสิ่งที่พูดมาทั้งหมดการบริการจากพนักงานและความเป็นกันเองของเจ้าของร้านก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของที่ร้านนี้เช่นกัน

4. ร้าน กอ.ทอ.มอ

retro4

กอ.ทอ.มอ ร้านที่เจ้าของได้นิยามความหมายไว้ว่า กลางทุ่งมหานคร แหม แค่ชื่อก็รู้สึกว่าตัวเองได้ย้อน อดีตกลับไปอีกประมาณ 20ปี เมื่อได้ก้าวเข้าไปสัมผัสบรรยากาศ ชิลๆในร้าน ที่ตกแต่งด้วยสไตล์วินเทจย้อนยุคผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ โซฟาเก่า โครมไฟสีสันจัดจ้าน และประดับด้วยของเก่าสะสมส่วนตัวที่เจ้าของร้านชอบเป็นพิเศษ มันช่างจะเก่าเก๋าลงตัวอะไรขนาดนี้ นอกจากอาหารจะรสชาติเริ่ด บรรยากาศจะดีเว่อร์แล้ว ในช่วงหัวค่ำจะมีดนตรีสดเล่นเป็นช่วงๆสลับกันไป เห็นอย่างนี้แล้ว จิ๊กโก๋และจิ๊กกี๋ ต้องไปลองสัมผัสบรรยากาศ กลางทุ่งมหานคร กันซะหน่อยนะคะ

5. Coffee Model

retro5

ร้านกาแฟสไตล์เรโทร เจ้าของเป็นเด็กสาวมัธยม น้องเอ๋ย ชยาภรณ์ สุวรรณนภาศรี  เธอเล่าว่า เล่าให้เล่าฟังว่าเดิมทีร้านนี้เป็นร้านขายเครื่องเสียงของคุณพ่อ แต่มีพื้นที่เหลือจึงเปิดเป็นร้านกาแฟๆ ไปด้วย ขายไปขายมากลับขายดี และลูกค้าที่มาชอบบรรยากาศสุดชิลล์ของร้าน ทำให้หลายคนกลายเป็นลูกค้าประจำ มาสั่งกาแฟ นั่งฟังเพลงเก่าเพราะๆ  ทานขนม บางคนก็เลือกที่นี่เป็นที่ประชุมงานเพราะบรรยากาศเหมาะกับการนั่งพุดคุยกันมากๆ

6. เฉลิมไทยบาร์

retro6

เฉลิมไทยบาร์นั้นเปิดมาได้ 2 ปี กว่า เป็นร้านสไตล์เรโทรที่มีกลิ่นอายของหนังไทยแทรกอยู่ทุกมุมของร้านไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าร้านที่มีป้ายไฟเฉิดฉายวันนี้ช่วยเพิ่มความคลาสสิคและความแนว ด้านนอกร้านยังมีโปสเตอร์หนังไทยแบบเขียนด้วยสีโปสเตอร์แปะเป็นผนังเพิ่มความเก่ไก๋ ส่วนด้านในร้านยังมีบรรดาของเก่าของสะสมของเจ้าของร้าน ทั้งทีวีแบบหมุน วิทยุทรานซิสเตอร์ และบรรดากล่องลูกอม ของเล่นสมัยก่อน ส่วนในเรื่องเพลงนั้นทางร้านมีทั้งเปิดแผ่นและดนตรีสด เล่นเพลงเก่าและใหม่ แต่จะมีบางวันที่จะเน้นเพลงเรโทรประมาณยุค 60-80 ใครเป็นแฟนคิรีบูน แฟนวงชาตรีมาที่นี่คุณได้ฟังแน่ๆ

7. จงเจริญ

retro7

บาร์สุดเก๋แนวโรโทรที่จำลองร้านชำมาทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งของเล่นสมัยเด็ก(ที่เขายังขายอีกด้วย) หรือจะเป็นบรรดาภาพโฆษณาเก่าๆ แชมพู ยาสระผม ที่เราไม่สามารถเห็นได้ในปัจจุบันนี้แล้ว ส่วนเรื่องเพลงนั้นร้านนี้ค่อนข้างวาไรตี้มีทั้งเพลง สากล เพลงไทย เก่าใหม่ สลับกันไป แต่มีบางครั้งที่ทางร้านจะแอบแทรกเพลงโฆษณาอย่างเพลงถ่านไฟฉายตรากบให้คนฟังได้ร่วมย้อนถึงสมัยอดีตอีกด้วย และใครที่ชอบฟังดนตรีสดร้านนี้มีทั้งแบบฟูลแบนด์และแบบดนตรีชิ้นเดียวเล่นทั้งเพลงไทยและเพลงสากล

8. ก.เอ๋ย ก.กาแฟ

retro8

หลบความวุ่นวานจากถนนปิ่นเกล้า พาตัวเองมาทานอาหารสบายๆในซอยสงบไม่เร่งรีบ ณ ร้าน ก. เอ๋ย ก. กาแฟ ภายในร้านกว้างขวาง มีความเป็นส่วนตัว เพราะร้านมีโต๊ะทั้งหมด 14 โต๊ะ จัดวางแบบกระจายๆ ทั้งสามชั้น บันไดทางขึ้นมักจะเป็นที่จัดแสดงงานรูปถ่ายที่ศิลปินทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่มาฝากติดโปรโมทผลงานตัวเอง ชั้นล่างจะเป็นมุมขายของชำและส่วนทานอาหาร ชั้นสองจะเป็นห้องสมุดซึ่งมีหนังสือจำหน่าย ส่วนชั้นบนสุดจะจัดเป็นห้องอาหารญี่ปุ่น นั่งทานกับเบาะนุ่มที่วางเรียงไว้บนพื้น

9. ก๋วยเตี๋ยวไข่ย้อนยุค

retro9

ไข่ยางมะตูม เส้นก๋วยเตี๋ยวนุ่มๆกัดกรุบๆ น้ำซุปหอมกรุ่นรสกลมกล่อม เติมพริกเผ็ดๆหน่อยตามสไตล์ไทยแลนด์แสนจะคลาสสิกสมชื่อ ร้านก๋วยเตี๋ยวย้อนยุค ที่นี่ตกแต่งย้อนยุคเหมือนตลาดเก่าเก๋ไก๋ นั่งสบาย ชิลๆ แถมยังเสิร์ฟอาหารจานหลักอย่างข้าวผัดน้ำพริกปลาทูลุยสวนหรือจะสั่งปีกไก่ทอดมาแทะก็แสนสุขใจ

10. มัฆวาฬ 72

retro10

ถนนเส้นประวัติศาสตร์อย่างเส้นราชดำเนินมีร้านรวงเกิดขึ้นมากมาย แล้วหนึ่งในนั้นก็มีร้าน “มัฆวาฬ72” ร่วมอยู่ด้วย ตัวร้านเป็นบ้านเก่า 2 ชั้น ยุค 70 ที่จะพาให้คุณได้ไปร่วมย้อนวันวาน เพราะของตกแต่งภายในที่นี่จะเน้นของเก่า ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้ไม้ ชุดโซฟา โปสเตอร์ โคมไฟ สไตล์วินเทจ ทำให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ส่วนชั้นบนจะมีที่นั่งบริเวณห้องโถงและที่นั่งริมระเบียงให้สูดอากาศบริสุทธิ์รับลมเย็นๆ และพิเศษสำหรับกลุ่มแก๊งค์ที่อยากปาร์ตี้แบบต้องการความเป็นส่วนตัวก็ต้องไม่พลาด “ห้องใต้ดิน” ถ้าอยากร่วมย้อนวันวาน นั่งฟังเพลงเบาๆ พร้อมกับบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลาย มาร้านนี้บอกได้คำเดียวว่า “เวิร์ค”

เรียบเรียงโดย สาวสีส้ม

10 ร้านแนววินเท๊จ วินเทจ

1. พอร์โทเบลโล่ แอนด์ เดเซเร (Portobello & De’sire’)

 

 

ร้าน Portobello & De’sire’ ชื่อร้านมีที่มา คือ ชื่อถนนในประเทศอังกฤษ ร้านเริ่มจากขายเฟอร์นิเจอร์และทีรูมเล็กๆ ต่อมาได้ขยายเป็นร้าน Bakery และร้านอาหารเต็มตัว จุดเด่นของที่นี่ คือ การบริการที่เป็นกันเองเหมือนเพื่อนมาเยี่ยมบ้าน การตกแต่งร้านในสไตล์ตะวันตก บ้านหลังสีขาวซึ่งอยู่ในสวนต้นไม้ใหญ่ที่มีความร่มรื่น ร้านนี้เหมาะกับการมาทานกันเป็นครอบครัว คู่รักและสังสรรค์ในหมู่เพื่อน

2. ออเดรย์ คาเฟ่ แอนด์ บิสโตร(Audrey cafe’ & Bistro)

     

      

ร้านนี้เขาชื่อร้าน Audrey cafe’ & Bistro ค่ะ เป็นร้านของคุณแบม จณิสตา จรูญสมิทธิ์ (ลิ่วเฉลิมวงศ์) ร้านตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศส ชื่อร้านนั้นทางคุณแบมได้รับแรงบันดาลใจจากนักแสดงชาวอเมริกันยุค 60 ที่ชื่อ Audrey Hepburn และสไตล์การแต่งตัวของเธอในหนังเรื่อง Breakfast at Tiffany’s คุณแบมจึงนำมาใช้เป็นคอนเซ็ปต์ในการตกแต่งร้านให้เป็นสไตล์ French Bistro โดยมีโทนสีฟ้าเทอร์คอยส์ สีพาสเทล และสี ขาว ดำ บรรยากาศในร้านขอบอกว่าสวยทุกมุมค่ะ

3. จิรธร(Jirathorn)

      

      

ศาลาสีขาวสะอาดตา รูปร่างหน้าตาเหมือนย้อนไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งโดดเด่นอยู่ภายในสวนสีเขียว ที่นี่คือร้านอาหารบรรยากาศน่านั่ง ชื่อว่าร้านจิรธร เจ้าของคือคุณจิรธรที่ชอบทำอาหาร และมีสูตรอาหารคือไก่ดำปารีส ที่เคยทำให้เพื่อนๆ ทานแล้วชอบ คุณจิรธรเลยมีความตั้งใจที่จะเปิดร้านอาหารแห่งนี้เพื่อให้เป็นที่นั่งพักผ่อนพร้อมลิ้มลองอาหารในบรรยากาศดีๆ นอกจากนี้ทางร้านยังรับจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในร้าน โดยเฉพาะงานหมั้นที่คู่รักหลายคู่นิยมมาจัดงานที่นี่เพราะบรรยากาศอันอบอุ่นและโรแมนติกของร้าน

3. สามเสนวิลล่า สาขาราชพฤกษ์(Samsen Villa Ratchapruek)

      

       

สามเสนวิลล่า สาขาราชพฤกษ์ อีกหนึ่งสาขาของสามเสนวิลล่า ร้านอาหารครอบครัวชื่อดังที่ตั้งมา 30 กว่าปี สาขาที่ 2 ตั้งอยู่ริมถนนราชพฤกษ์ สะดวกต่อการเดินทาง บรรยากาศสุดโรแมนติก มีห้องคาราโอเกะที่รองรับการจัดเลี้ยงและปาร์ตี้สังสรรค์ ล้อมรอบด้วยสวยสวน ที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบาย พรั่งพร้อมด้วยรายการอาหารกว่า 200 ทั้งอาหาร ไทย-จีน-ยุโรป และเบเกอรี่แสนอร่อย

4. อิษยา สยามมิส คลับ (Issaya Siamese Club)

      

      

ร้านอาหารบรรยากาศบ้านไทยโคโรเนียลที่ซ่อนอยู่ภายในเมืองใหญ่ แห่งนี้คือร้านอิษยา ร้านอาหารของเชฟกระทะเหล็กเมืองไทย เชฟเอียน พงศ์ธวัช เฉลิมกิติชัย ที่รับรองได้ในความอร่อย และอาหารไทยของที่นี่ยังเป็นแนวเทรนดี้อาหารแต่ละจานเชฟเอียนได้สร้างสรรค์ออกมาแปลกและแตกต่าง นอกจากนี้ภายในบริเวณบ้านยังมีการปลูกผักเอาไว้เพื่อนำมาปรุงสดๆ ให้กับลูกค้าได้ลิ้มรสความกรอบ สด อร่อยของผักแถมยังปลอดสารพิษอีกด้วย

5. เมด มาย เดย์(Made My Day Restaurant)

       

       

Made my day ร้านอาหารฟิวชั่นฟู๊ดย่านสุขุมวิท จากถนนสุขุมวิท เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 49 ตรงไปเรื่อยๆ ผ่านโรงพยาบาลสมิติเวช แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 49/11 ร้าน Made My Day จะอยู่ในซอย 49/11 จุดสังเกตุของร้านคือประตูร้านสีเขียวมีชื่อร้านอยู่ขอบบนของประตู และมีป้ายเมนูแนะนำตั้งอยู่หน้าร้านบรรยากาศในร้านตกแต่งสไตล์วินเทจ mix & match เอาใจกลุ่มวัยรุ่นนักศึกษา และหนุ่มสาว โดยจุดเด่นของร้านจะอยู่ที่การใช้โทนร้านสีเขียวและใช้โคมไฟมาตกแต่งร้านได้อย่างลงตัว เพราะอาหารเช้านั้นเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุด แต่คนกลับไม่สนใจ “All day breakfast” เป็นการนำเสนออาหารของทางร้าน คือร้านจะเปิดตั้งแต่ 7.00น เพื่อให้ลูกค้าที่เร่งรีบมาทำงานได้แวะมาทานอาหารเช้าก่อนเข้างาน

6. มิลล์ เครป สาขาข้าวสาร(Mille Crep Khaosan)

     

     

Mille Crpe ได้ถือกำเนิดขึ้น จากการที่คุณเปิ้ลเจ้าของร้าน เล็งเห็นว่าฝั่นพระนครมีร้านเค้กน้อยมาก จึงเอาใจคนฝั่นพระนครด้วยการมาเปิดร้านเครปพันชั้น สุดแสนอร่อยนี้ขึ้น ภายในบรรยากาศของร้านตกแต่งเก๋าๆ ในสไตล์ Detro Mix เสริฟเครปเนื้อนุ่ม พร้อมลาดซอสสตอเบอรี่ที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่างผสมผสานกันได้อย่างลงตัว พนักงานบริการดีแถมยังสามารถตอบทุกคำถามที่เราสงสัยเกี่ยวกับเบเกอรี่อีกด้วย

7. ดิ แอนนา เรสเตอรองท์ แอนด์ อาร์ต แกลเลอรี(The Anna Restaurant & Art Gallery)

      

      

ถ้าใครยังจำละครเรื่องดอกส้มสีทองได้ ฉากที่เด่นจันทร์และคุณดี๋มานั่งทานข้าวปรึกษาเรื่องของสามีตัวดี นั่นก็คือร้านนี่นี่เอง The Anna Restaurant & Art Gallery เรือนไม้สักโบราณสไตล์โคโลเนียล สุดคลาสสิก ที่มีอายุกว่า 120 ปี ด้านในตกแต่งด้วยโทนสีบายตามีมุมหลากหลายให้คุณเลือก และด้วยความโรแมนติกของร้าน หลายคนจึงเลือกที่นี่เป็นที่บอกรัก ที่ขอแต่งงาน รวมทั้งสถานที่จัดงานแต่งงาน ตัวร้านกว้างขวางรองรับ ทั้งงานหมั้น งานแต่ง ได้เป็นอย่างดี

8. โอเบอร์จีน เรสเตอร์รองส์(Aubergine Restaurant)

      

      

บ้านสไตล์โคโลเนียลสุดคลาสสิคในซอยศาลาแดง 1/1 ที่เดิมทีเป็นที่ตั้งของสถานฑูตออสเตรเลีย รัสเซีย ไปจนถึงสถานกงสุลอเมริกา อายุตัวบ้านประมาณ 90 ปี ซึ่งตอนนี้เป็นที่ตั้งของร้าน “โอเบอร์จีน” ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสนั่นเอง….หลายคนพอได้ยินว่าอาหารฝรั่งเศสจะนึกถึงอาหารหน้าตาสวยงามหรูหราเป็นอันดับแรก แต่สำหรับที่นี้แล้วเค้าจะไม่ได้เน้นที่หน้าตาของอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึงเรื่องวัสดุดิบ ความสด ความอร่อย รวมไปจนถึงคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร และที่สำคัญราคาอาหารภายในร้านก็ไม่ได้สูงมาก เริ่มต้นที่ 350 บาท อีกทั้งภายในร้านยังเต็มไปด้วยไวน์บาร์กว่า 100 ชนิดที่ถูกคัดสรรมาแล้วว่ารสชาติดีจากทั้วทุกมุมโลก ใครชอบดื่มไวน์ห้ามพลาด!นอกจากอาหาร และไวน์ที่เป็นจุดเด่นแล้ว บรรยากาศของร้านก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่หลายๆ คนชอบ โดยภายในร้านแบ่งออกเป็น 5 โซน มีตั้งแต่โซนด้านหน้า เคาว์เตอร์บาร์ ห้องด้านบน 2 ห้อง ที่สามารถจัดปารตี้ สัมมานาได้ และโซนสุดท้ายมุมยอดฮิต Garden Room ชอบมุมไหนก็จับจองที่นั่งกันดู แล้วจะรู้ว่าอาหารฝรั่งเศสไม่ได้แพงอย่างที่คิด

9. ร้านกาแฟนรสิงห์(Cafe de Norasingha)

      

       

“ร้านกาแฟนรสิงห์” เป็นร้านกาแฟเก่าแก่สมัย ร.6 เดิมเคยตั้งอยู่ภายในสนามเสือป่า จนย้ายมาตั้งที่วังพญาไทเมื่อครั้งมีการปรับปรุงเปิดวังให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาชมความงาม เรียกได้ว่า เป็นการเติมคุณค่าและสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับวังพญาไท จากเดิมที่เคยเป็นอาคารสันทนาการของข้าราชบริพาร กลับกลายมาเป็นร้านกาแฟที่ร่วมสมัย บวกกับการตกเเต่งภายในและเฟอร์นิเจอร์ให้ใกล้เคียงกับสมัยโบราณมากที่สุด ที่นี่จึงกลายเป็นร้านกาแฟที่หลายคนให้ความนิยมเเวะมาพักผ่อนหย่อนใจ ทิ้งตัวเอนกายอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานเพลินๆ ในเก้าอี้นวมโบราณ จิบกาแฟ ทานอาหารและเค้กอร่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมนูอาหารว่างทานเล่นสูตรโบราณที่หาทานจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วของที่นี่ นั่นคือ “ขนมปังหมูเค็ม” ขนมปังหัวกะโหลกกรอบๆ ทานพร้อมกับเนื้อหมูรสเค็มโรยด้วยพริกขิงปลาดุกฟู ยิ่งได้ทานไปพร้อมๆกับเครปเค๊กสตรอเบอร์รี่ เเละกาแฟด้วยเเล้ว ขอถือว่าเป็นมื้อว่างที่สมบูรณ์เเบบเลยทีเดียว …จะมีอะไรสุขใจไปกว่า การได้นั่งจิบกาแฟหอมๆ ในบรรยากาศแสนสงบร่มรื่นของวังเก่าสุดคลาสสิคใจกลางกรุงเทพฯที่เเสนวุ่นวายแบบนี้นะ…

10. ภูริตัน(Puritan)

      

      

ภูริตัน cafe’ ร้านอาหาร fusion food ที่มีความอร่อยแบบไม่เหมือนใครย่านอารีย์ ซึ่งเมื่อเดินเข้าไปแล้วเราจะรู้สึกเหมือนกับได้หลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง The Phantom of the Opera เพราะบรรยากาศและการตกแต่งร้านถูกเนรมิตรขึ้นมาจากของสะสมที่เจ้าของร้านสะสมมากตั้งแต่สมัยเรียนเป็นของเก่าสไตล์วินเทจโรมัน อาทิ รูปปั้น โซฟา ภาพวาด โคมไฟ ฯลฯ ซึ่งของสะสมเหล่านี้ถูกจัดเรียงได้อย่างลงตัวภายในบริเวณบ้านสองหลัง หลังแรกจะเป็นโซนเบเกอรี่และเครื่องดื่ม โดยเค้กที่นี่จะต่างจากที่อื่นคือเป็นเค้กผลไม้สดที่นำเข้าจากต่างประเทศแต่ละวันจะมีเค้กเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป อาทิ Blueberry white Chocolate, Rum&Raisin, Mocha-Irish baked cheese และ Macaroon (คุ้กกี้ฝรั่งเศส) ที่ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบสั่งทานกันเป็นประจำ ส่วนหลังที่สองจะเป็นโซนของห้องอาหาร บ้านทั้งสองหลังมีความอลังการไม่แพ้กันเลยทีเดียว แถมด้านนอกยังร่มลื่นไปด้วยต้นเฟิร์นนานาชนิดที่ห้อยระย้าอยู่ทุกมุมของบ้าน เชื่อได้เลยว่าเมื่อคุณนั่งอยู่ในร้านจะหลงไหลความสวยงามและบรรยากาศแสนจะอบอุ่นจนลืมเวลากลับบ้านกันเลยทีเดียว

เรื่อง ชาเย็น

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา :

http://www.bagindesign.com/articles/41975202/Retro-Vintage-Style.html

http://www.chillpainai.com/scoop/

 

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Recent Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie