ประเภทของแผนธุรกิจ และประเด็นสำคัญ

ประเภทของแผนธุรกิจ และประเด็นสำคัญ

หลังจากกล่าวถึงเรื่องของแนวคิดของแผนธุรกิจที่ดี (Concept of good business plan) ในตอนที่แล้วถึงหลัก 5Cs ว่า Communicate, Commercial, Competitive, Correct และ Clear หรือแผนธุรกิจ ต้องสื่อสารหรือทำให้ผู้อ่านเข้าใจในตัวธุรกิจได้, ต้องเป็นไปได้จริงหรือมีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์, ต้องสามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่นได้, ต้องมีความถูกต้องสมบูรณ์ และต้องมีความกระจ่างชัดเจน ซึ่งเรื่อง ขององค์ประกอบทั้ง 5 ประการนี้ ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแผนธุรกิจไม่ว่าจะนำเสนอแผนด้วยวัตถุประสงค์ใด ต่อหน่วยงานใด และต่อใครก็ตามที่เป็นผู้พิจารณาตัดสินหรือประเมินแผนธุรกิจในตอนนี้จะกล่าวลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับแผนธุรกิจแต่ละประเภทที่จัดทำขึ้น โดยจะเป็นการกล่าวเฉพาะประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ หรือต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักจะไม่ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว และคิดว่าแผนธุรกิจควรจะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันหรือเหมือนๆกัน หรือไม่มีความแตกต่างกัน เพราะแผนธุรกิจที่มีหรือจัดทำขึ้นนั้นก็เขียนขึ้นตามรูปแบบมาตรฐานของแผนธุรกิจ ตามที่ได้เคยศึกษา เข้าร่วมอบรม หรือจากการอ้างอิงจากคู่มือการเขียนแผนธุรกิจมาอย่างครบถ้วน และน่าที่จะสามารถใช้ยื่นเสนอได้ต่อทุกหน่วยงานในทุกวัตถุประสงค์ โดยแผนธุรกิจส่วนใหญ่แล้วสามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทใหญ่ๆ 5 ประเภท คือ แผนธุรกิจเพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงิน แผนธุรกิจเพื่อการเริ่มต้นธุรกิจ แผนธุรกิจเพื่อการบริหาร จัดการธุรกิจ แผนธุรกิจที่ใช้ในการศึกษา และแผนธุรกิจที่ใช้ในการประกวดแข่งขัน โดยในแต่ละลักษณะของแผนธุรกิจยังสามารถแยกย่อยออกได้อีกหลายลักษณะ ซึ่งรายละเอียดของแผนธุรกิจแต่ละประเภทและประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ มีรายละเอียดดังนี้คือ

แผนธุรกิจเพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงิน
แผนธุรกิจเพื่อขอรับการสนับสนุนทางการเงิน จัดเป็นแผนธุรกิจที่จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา จากหน่วยงานหรือบุคคลที่จะให้เงินทุนหรือเงินกู้ยืมแก่กิจการเป็นประเด็นสำคัญ โดยถ้าแบ่งย่อยแผนธุรกิจประเภทนี้โดยทั่วไปแล้ว ยังสามารถแยกย่อยออกได้เป็น 3 ประเภท คือ แผนธุรกิจเพื่อการขอสินเชื่อหรือการขอกู้ยืมเงิน แผนธุรกิจเพื่อการร่วมลงทุน แผนธุรกิจเพื่อการขอรับการสนับสนุนเงินช่วยเหลือ โดยแต่ละประเภทย่อยเหล่านี้มีประเด็นในการพิจารณาตามรายละเอียดดังนี้คือ

แผนธุรกิจเพื่อการขอสินเชื่อหรือการขอกู้ยืมเงิน แผนธุรกิจประเภทนี้จัดได้ว่าเป็นแผนธุรกิจที่ถูกจัดทำขึ้นมากที่สุด หรือเกือบทั้งหมดของแผนธุรกิจในประเทศไทยที่จัดทำขึ้น ล้วนแล้วแต่เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อจากทางธนาคารหรือสถาบันการเงินแทบทั้งสิ้น ประเด็นที่ต้องพิจารณาก็ คือ นอกเหนือจากข้อมูลหรือรูปแบบหัวข้อพื้นฐานของแผนธุรกิจโดยทั่วไปแล้ว ข้อมูลในแผนธุรกิจต้องสามารถแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน จำนวนเงินที่ต้องการ แหล่งที่มาและใช้ไปของเงินทุนโดยละเอียด รวมถึงต้องแสดงให้เห็นถึงกระบวนการ ระยะเวลา หรือจำนวนเงินที่ผ่อนชำระคืนเงินกู้กับทางธนาคารหรือสถาบันการเงิน อันประกอบด้วยส่วนของเงินต้นและส่วนของดอกเบี้ยจ่าย ที่เหมาะสมและเป็นไปได้จริง ตามข้อกำหนดหรือระเบียบการอนุมัติสินเชื่อ อีกทั้งจำนวนเงินที่ผ่อนชำระต้องเหมาะสมกับรายรับรายจ่ายของธุรกิจ และถ้าธุรกิจประสบปัญหาอยู่ การได้รับวงเงินสินเชื่อจะเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และธุรกิจจะไม่ประสบปัญหาดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต โดยสิ่งที่ต้องจำขึ้นใจ
อยู่เสมอคือธนาคารหรือสถาบันการเงินต้องการให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ในการให้วงเงินสินเชื่อกับผู้ประกอบการรายใดก็ตาม ดังนั้นธนาคารหรือสถาบันการเงินจึงต้องการทราบว่าธุรกิจนั้นจะใช้วงเงินสินเชื่อที่ได้รับไปเพื่ออะไร เพราะเหตุใด และจากการได้รับวงเงินสินเชื่อนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับ
ธุรกิจ ธุรกิจมีความเป็นไปได้จริงในการดำเนินการตามทีระบุ สามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่นๆหรือคู่แข่งได้หรือไม่ และที่สำคัญก็คือธนาคารจะมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระ หรือธุรกิจมีกระแสรายได้ที่ไม่เพียงพอกับการชำระคืนเงินกู้หรือไม่ หรือถ้าธุรกิจสามารถชำระคืนได้ เงินสดคงเหลือใน
กิจการจะเพียงพอหรือไม่ ต่อการดำเนินการของธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพราะการชำระคืนเงินกู้กับทางธนาคารหรือสถาบันการเงินเป็นการชำระด้วยเงินสด ดังนั้นธนาคารหรือสถาบันการเงินจึงให้ความสำคัญ กับส่วนที่เป็นเงินสดคงเหลือจากรายได้หลังจากหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นของกิจการ หรือกระแสเงินสดสุทธิคงเหลือของกิจการเป็นสำคัญเป็นพิเศษ

ดังนั้นผู้จัดทำแผนธุรกิจต้องให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของประมาณการต่างๆ ถึงที่มาของรายได้ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย ต้องประมาณการด้วยความเป็นจริง มิใช่ประมาณการเพื่อให้ธุรกิจดูมีผลกำไรสูงๆ เพราะคิดว่าธนาคารหรือสถาบันการเงินจะอนุมัติให้ถ้าเห็นว่า
ธุรกิจมีกำไร โดยที่พบเห็นอยู่เสมอคือประมาณการให้มีรายได้ หรือยอดขายในระดับสูงกว่าความเป็นจริง ส่วนต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆก็อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าความเป็นจริง รวมถึงการบิดเบือนเงื่อนไขต่างๆ ทางการค้า ไปจากข้อเท็จจริงจากการดำเนินการของธุรกิจทั่วไปโดยปกติ เช่น กำหนดว่าธุรกิจของตนสามารถซื้อสินค้าโดยได้เครดิต 2 เดือน หรือมีเจ้าหน้าหนี้การค้า 2 เดือน ทั้งที่โดยปกติธุรกิจทั่วไปแบบเดียวกันต้องซื้อวัตถุดิบด้วยเงินสด หรือได้เครดิตการค้าไม่เกิน 1 เดือน โดยถ้าเป็นการขายก็จะเป็นการขายสินค้าและรับเป็นเงินสดทันที ทั้งที่ในข้อเท็จจริงแล้วโดยปกติจะต้องให้เครดิตการค้าแก่ผู้ซื้อสินค้าของธุรกิจไม่น้อยกว่า 1 เดือน เหล่านี้เป็นต้น การบิดเบือนข้อมูลเหล่านี้อาจจะไม่เห็นได้ชัดเจนในงบกำไรขาดทุน แต่ถ้าได้จัดทำงบกระแสเงินสดแล้ว จะเห็นได้ว่ามีเงินสดคงเหลือเกินกว่าความเป็นจริงของธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการหรือผู้เขียนแผนมักคิดว่าถ้าธนาคารหรือสถาบันการเงินพิจารณาในส่วนนี้ จะทำให้พิจารณาอนุมัติแก่ตนเองได้ง่าย เพราะในข้อเท็จจริงแล้วเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือสถาบันการเงิน จะมิได้ใช้ข้อมูลจากแผนธุรกิจของผู้ขอสินเชื่อ ในการตัดสินใจทางการเงินแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะมีการนำมาข้อมูลดังกล่าวคำนวณใหม่ โดยใช้สมมติฐานหรือตัวแปรต่างๆจากมาตรฐานของธุรกิจโดยทั่วไป ไม่ว่าอัตราการเติบโตของตลาด ต้นทุนต่างๆ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ และมักจะใช้ตัวแปรเหล่านี้ในกรณีที่ธุรกิจมีปัญหาหรือภาวะที่ไม่ดีที่สุดของเศรษฐกิจ ว่าธุรกิจยังจะดำรงอยู่ได้หรือไม่ หรือจะเกิดปัญหาใดขึ้นโดยเฉพาะด้านการเงิน เพื่อการพิจารณาและประเมินธุรกิจเพื่อให้ธนาคารมีความเสี่ยงน้อยที่สุด ดังนั้น แผนธุรกิจที่ยื่นเสนอต่อธนาคารหรือสถาบันการเงิน จึงควรแสดงรายละเอียดดังกล่าวให้มีความชัดเจนและเป็นความจริงตามลักษณะการดำเนินการของธุรกิจให้มากที่สุด รวมถึงประเมินความเสี่ยงต่างๆที่จะ
เกิดขึ้นกับธุรกิจอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ยังควรมีการให้รายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการดำเนินการต่างๆของธุรกิจประกอบ ถ้าเป็นธุรกิจที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้า เช่น ยอดขายที่ผ่านมา ผลการดำเนินการย้อนหลัง รายชื่อ Supplier รายชื่อลูกค้า เป็นต้น เพราะเป็นส่วนที่ธนาคารใช้พิจารณาถึงศักยภาพในการดำเนินการของธุรกิจ และต้องการสิ่งที่เป็นข้อพิสูจน์หรือข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานยืนยันรวมถึงประมาณการต่างๆ เช่น อัตราการเติบโต ยอดขาย รายได้ ผลกำไรของธุรกิจ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความระมัดระวัง โดยไม่ประมาณการในทางที่ดีเกินจริง แต่ควรประมาณการให้อยู่ในสิ่งที่เป็นไปได้หรืออยู่ในภาวะที่ธุรกิจไม่ดี เพราะถ้าธุรกิจยังสามารถสร้างผลกำไรหรืออยู่รอดได้ ก็จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าธนาคารหรือสถาบันการเงิน มีความเสี่ยงน้อยในการให้การสนับสนุนแก่ธุรกิจ ….. (อ่านต่อเนื้อหาฉบับเต็ม)

 

Download Business Planning แผนธุรกิจ กับ SMEs

คลิกดาวน์โหลด ฉบับเต็มได้ที่นี่  ประเภทของแผนธุรกิจและประเด็นสำคัญ 

แผนธุรกิจ ตัวอย่างแผนธุรกิจ SMEs sme เอสเอ็มอี แฟรนไชส์ เฟรนไชส์ franchise ธุรกิจ บริการ ตลาด การตลาด แผนการตลาด มาร์เก็ตติ้ง กลยุทธ์การตลาด บัญชี รับทำบัญชี รายได้ แผนการเงิน ไฟแนนซ์ รีไฟแนนซ์ รับเขียนแผนธุรกิจ รับทำแผนธุรกิจ รับเขียนแผนการตลาด รับทำแผนการตลาด รับเขียนแผนการเงิน รับทำแผนการเงิน การเขียนแผนธุรกิจ วิธีการเขียนแผนธุรกิจ หลักการเขียนแผนธุรกิจ ธุรกิจ เริ่มธุรกิจ เริ่มต้นธุรกิจ การเริ่มต้นธุรกิจ เอสเอ็มอี สินเชื่อ ขอสินเชื่อ เงินกู้ เงินกู้ ขอกู้ บริการแผนธุรกิจ บริการจัดทำแผนธุรกิจ วิจัย วิจัยตลาด วิจัยธุรกิจ แผนธุรกิจ business plan biz plan Marketing Plan

Comments

comments


ที่ปรึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี smes แฟรนไชส์ franchise แผนธุรกิจ business plan รับทำแผนธุรกิจ แผนการตลาด และแผนการเงิน เขียนข่าว PR บทความธุรกิจ

Share This Post

Related Articles

Powered by SMEsplannet · Designed by junkie